Archive for the ‘อยากเขียน’ Category
ปม
อ่าน “ชาติ ศาสนา ซาชิมิ” ของภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ในบทที่สิบแปด พี่โญเขียนถึงกิริ และนินโจ เอาไว้ว่า… กิริ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงหน้าที่ที่ตนจะต้องปฏิบัติต่อผู้คนในสังคม เช่นหน้าที่พ่อแม่ที่มีต่อบุตร สามีมีต่อภรรยา ครูมีต่อศิษย์ รวมทั้งเพื่อนมีต่อเพื่อน อันเป็นหลักปฏิบัติที่ได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อของจีน …จนกระทั่งญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับความตกต่ำทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 1990 บริษัทขนาดใหญ่จำนวนไม่น้อยจำต้องตัดสินใจลอยแพพนักงาน เพื่อรักษากิจการไว้ คนญี่ปุ่นวัยกลางคนจึงต้องกลายมาเป็นคนว่างงานโดยไม่คิดฝัน ในวันนั้นเองที่พันธสัญญาอันแน่หนาที่ผูกพันคนญี่ปุ่นเอาไว้ได้ถูกทำลายลง ซึ่งผลักดันให้คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาคิดถึงตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ความรู้สึกรักตัวเองและครอบครัวนี้เรียกกันในภาษญี่ปุ่นว่า นินโจ เมื่อเอา กิริ และ นินโจ มาเรียงต่อกันเป็น กิริ นินโจ จึงกินความถึงความทุกข์ยากในการมีชีวิตอยู่ ระหว่างแรงกดดันที่เกิดจากการบีบคั้นของหน้าที่และความรัก … อ่านแล้วนึกถึงละคอนคณะที่เคยทำกันสมัยเรียน “เจ็ดเซียนซามูไร” ตัวเอกของเรื่องก็ต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อต้องตัดสินใจเลือกระหว่างหน้าที่กับความรักเช่นกัน มิเพียงคนญี่ปุ่น ความขัดแย้งในใจแบบนี้เกิดขึ้นภายในตัวมนุษย์เราทุกคนอยู่เสมอ หน้าที่-ความรัก, อุดมคติ-สิ่งที่เป็นอยู่, ความฝัน-ความจริง, ประเพณี-ความต้องการ, ฯลฯ หากมีปมขัดแย้งเหล่านี้ในชีวิตจริงล้วนเป็นทุกข์ แต่เป็นเรื่องสนุกในงานเขียน ช่วงนี้มี “ปม” อะไรในใจ ลองสร้างเรื่องราวขึ้นจากปมนั้น แล้วลองสางมันดูสักตั้งไหม พล็อตเรื่องที่ดีมักจะมีปมที่น่าสนใจ
เขียนให้เสร็จ
อ่าน “โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน” ถอดความโดย มิสโจ (เจือจันทน์ อัชพรรณ) พูดถึงเคล็ดลับการวาดฮู้ (ลงเลขลงยันต์) ไว้ดังนี้… เคล็ดลับของวิชานี้อยู่ที่ต้องทำใจให้เป็นเอกัคตาให้ได้เท่านั้น เมื่อเริ่มจับพู่กันก็ต้องหยุดความรู้สึกนึกคิดใดๆ ให้หมด ไม่วอกแวก ทำจิตให้นิ่ง รวมพลังทั้งหมดพุ่งตรงไปยังปลายพู่กัน แล้วจรดปลายพู่กันลงไปที่กระดาษ ผ้า หรือแพรก็ได้ ทิ้งน้ำหนักปลายพู่กันให้แน่นิ่ง เป็นการเบิกทวารฟ้าดินด้วยพลังจิต ที่พุ่งกระทบอย่างแหลมคม ฮู้จะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็อยู่ที่จุดเริ่มต้นนี่เอง เมื่อเริ่มต้นแล้ว ก็ต้องเขียนให้จบกระบวนการโดยไม่หยุดชะงัก ไม่ต่อเติม ไม่ยกพู่กันขึ้น ต้องวาดให้ต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน จิตเป็นเอกัคตาตลอดแนวทางที่พู่กันตวัดไปมา ฮู้นี้ก็จะศักดิ์สิทธิ์ … เขียนฮู้กับเขียนหนังสือมีส่วนที่คล้ายกันอยู่ นั่นคือ จิตที่จดจ่อ มีสมาธิกับการเขียนเพียงอย่างเดียวในตอนต้น และควบคุมสมาธินั้นไปจนจบขั้นตอนการเขียน ตั้งใจ และเขียนต่อไปจนจบ ไม่ลบ ไม่แก้ไข ไม่หยุดชะงัก วิธีนี้ใช้กับ “ร่างแรก” ได้น่าจะเป็นผลดี เพราะการเขียนไปลบไปทำให้สำเร็จยาก เขียนความคิดทั้งหมดออกมาก่อนในคราวเดียว หลังจากนั้นจึงค่อยมาสลักเสลาเรียบเรียงให้สวยงาม และสมบูรณ์ลงตัวมากขึ้น วันนี้ ลองตั้งสติแล้วตวัดพู่กันเขียนฮู้ดูสักตั้งไหม?
เขียนอะไร
(ขอพักเรื่องพิดโลกไว้ก่อน ยังไม่ถึงตอนสนุกเลย) อ่าน “ฟังเสียงดอกไม้ทักทายกัน” ของ รอมแพง อริยมาศ คำนิยมโดยคุณธีรภาพ โลหิตกุล เขียนไว้ในช่วงต้น ดังนี้… บ่อยครั้งที่ผมถูก “นักอยากเขียน” ถามว่า จะหยิบจับอะไรมาเป็นประเด็นเขียนดี ในเงื่อนไขที่ไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปต่างถิ่นต่างวัฒนธรรมบ่อยๆ แบบผม ครั้นผมเสนอความเห็นว่า อาจเริ่มต้นจากการเขียนเรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่เรามีความรู้ มีความเข้าใจ และที่สำคัญคือ มีความรัก ความประทับใจ ก็ฟังดูง่าย แต่ยากในการปฏิบัติ … อ่าน “ถาม-ตอบ ศิลปะไทย” ของ น. ณ ปากน้ำ ท่านตอบคำถามว่า ศิลปะบริสุทธิ์คืออะไร ไว้ดังนี้… คือศิลปะที่มุ่งทำเพื่อศิลปะจริงๆ คือใช้อารมณ์ความรู้สึกประทับใจประกอบงานศิลปะขึ้น … นับว่า ‘ความประทับใจ’ เป็นองค์ประกอบสำคัญในงานศิลปะ วันนี้คุณ ‘ประทับใจ’ อะไรบ้างไหม ลองสร้างงานศิลปะขึ้นมาสักชิ้นสิ
