Archive for December, 2008

เครื่องดื่มให้กำลังใจ

ได้อ่านกระทู้ในห้องนั่งเล่นที่หลายคนเข้ามาชวนคุยกันแล้วค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่าคำถามยอดฮิตคือ “ทำอย่างไร ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรง” หรือไม่ก็ทำนองว่า “เบื่อๆ เซ็งๆ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจ” จึงอยากผลิตเครื่องดื่มให้กำลังใจออกวางขายเสียจริงๆ เชียว เชื่อว่าต้องขายดิบขายดีกว่ากระทิงแดงที่ให้กำลังงานไปทั่วโลกในตอนนี้เป็นแน่ แต่ที่แย่ก็คือผลิตไม่เป็น ไม่รู้ส่วนผสม ไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรลงไปในขวดจึงจะเพิ่มกำลังใจให้ใครต่อใครเขาได้ (แหม ถ้ารู้ก็คงจะรวยไปแล้ว) ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง About A Boy รอบสองครับ จำได้ว่ารอบแรกที่ได้ดูก็ชอบมาก มาดูอีกรอบความรู้สึกเปลี่ยนไปหน่อยเพราะเริ่มอายุใกล้พระเอกมากกว่าเด็กน้อยในเรื่อง แต่ก็ยังชอบอยู่ ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังที่พระเอกพูดกับเด็กน้อยคนนั้น เขาบอกว่า “ไม่มีใครทำให้แม่เธอมีความสุขได้หรอก ถ้าเขาจะมีความสุข เขาต้องมีด้วยตัวเอง” และประโยคถัดมา “ถ้าใครทำให้เรามีความสุขได้ เขาก็ทำให้เราทุกข์ใจได้เช่นกัน” และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โลกนี้ไม่มีเครื่องดื่มให้กำลังใจ ผมว่าคนเราให้กำลังใจกันได้ แต่มันก็ออกฤทธิ์คล้ายเครื่องดื่มให้กำลังงาน พอเวลาผ่านก็จะหมดเรี่ยวแรง กล้ามเนื้อหัวใจเหี่ยวกับอีกรอบ ต่างจากการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างยั่งยืน ถึงกระนั้นก็ยังต้องหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ กล้ามจะได้ไม่ย้อยหย่อนยาน กำลังใจก็เป็นเช่นนั้น เราให้กันได้ แต่มันอยู่ไม่ยืด ดื่มได้ แต่เดี๋ยวก็หมดฤทธิ์ กำลังใจที่ดีคือกำลังใจที่เกิดขึ้นจากความขยันหมั่นออกกำลังใจกับตัวเอง เสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง ไม่ปวกเปียก ไม่หดหู่ ไม่หมดแรง ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อตอนที่ต้องเจอสถานการณ์แย่ๆ ถ้าคนอื่นให้กำลังใจเราได้ คนอื่นก็ทำให้เราเสียกำลังใจได้เช่นกัน การเอาตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นนั้นมันโยกเยก ทางที่ดีเราต้องแข็งแรงและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง นักกีฬาที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มให้กำลังงาน [...]

Posted on December 7, 2008 at 6:25 am by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized

คนที่ควรมี07: คู่ปรับ

ชีวิตคนเราควรมี ‘คู่ปรับ’ ไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคน ‘คู่ปรับ’ คล้ายๆ ‘คู่แข่ง’ แต่ไม่เหมือน ‘คู่ปรับ’ จะคอยเตือนให้เราปรับแต่งฝีมืออยู่ตลอดเวลา ใช่-เราแข่งขันกัน แต่ไม่ได้มุ่งมั่นเอาชนะคะคาน เราแข่งเพื่อปรับฝีมือให้พัฒนาไปข้างหน้าด้วยกันทั้งคู่! ชีวิตที่ไม่มี ‘คู่ปรับ’ คงยากที่จะพัฒนา คนเรารักการเปรียบเทียบ เก่งกว่า-อ่อนกว่า เราสำรวจตัวเองอยู่เสมอ แต่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้เปรียบเทียบกับใครสักคน จอมยุทธ์ผู้เก่งกล้ามักจะมี ‘คู่ปรับ’ ที่มีฝีมือดาบทัดเทียมกัน การฟาดฟันกันนั้นนำมาซึ่งวิชาดาบที่แข็งแกร่งขึ้น ฝ่ายที่เก่งกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเตือนให้หมั่นพัฒนาฝีมืออยู่เสมอ ฝ่ายที่อ่อนกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเป็นหมุดหมายในการพิชิต แต่การแข่งขันมิใช่การฟันดาบ เรามิได้หวังฆ่าฟันกันให้ตาย ต่างมุ่งหมายเพียงแค่พัฒนาฝีมือ เป็นเรื่องน่าเสียดายถ้า ‘คู่ปรับ’ ผู้เก่งกล้านั้นต้องล้มหายตายจากไป ‘คู่ปรับ’ มากฝีมือ บางทีหากยากยิ่งกว่าสหายมากน้ำใจ! จอมยุทธ์มือหนึ่งรู้สึกเหว่ว้ายามที่หันมาแล้วไม่มี ‘คู่ปรับ’ ที่สมศักดิ์ศรี บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากลงดาบ ‘คู่ปรับ’ ที่เก่งที่สุดไปแล้ว จะมีสิ่งใดชวนให้หงอยเหงาไปกว่ายุทธภพอันกว้างใหญ่แต่ไร้คู่ต่อกร หากความแหลมคมของปัญญาหรือทักษะฝีมือเปรียบได้ดั่งมีดดาบ ‘คู่ปรับ’ ก็ไม่ต่างกับเครื่องลับความคมนั้น ยิ่งแข็ง มีดยิ่งคม การเลือก ‘คู่ปรับ’ จึงสำคัญ หากเลือก ‘คู่ปรับ’ [...]

Posted on December 5, 2008 at 3:29 pm by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized

คุณแพ้แล้ว!

คุณไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังเล่นเกมอยู่ เกมนี้มีชื่อว่า “The Game” บางคนอาจจะเคยเล่น และเคยแพ้ไปแล้ว ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณแพ้อีกรอบ! สำหรับคนที่ยังไม่เคยแพ้ แปลว่าคุณกำลังเล่นอยู่ และเสียใจด้วยที่คุณกำลังจะแพ้! เดากันว่า The Game นั้นถูกคิดขึ้นมาโดยซาวน์เอ็นจิเนียร์คนหนึ่งที่ตกรถไฟ และต้องใช้เวลารอรถไฟขบวนใหม่ทั้งคืน ณ ชานชาลาแห่งนั้น Dennis Begley และ Gavin McDowall พยายามไม่คิดถึงความเศร้าที่จะต้อง ค้างคืนที่สถานีรถไฟ และใครคิดถึงมันขึ้นมาก่อน คนนั้นแพ้ แล้ว The Game ก็ถือกำเนิดขึ้น คุณแพ้แล้ว! กติกามีอยู่ว่า ถ้า The Game ผุดขึ้นมาในหัวของคุณเมื่อไหร่ คุณแพ้ทันที และคุณต้องบอกต่อไปยังคนอื่นให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ (คล้ายจดหมายลูกโซ่เลย) และทันทีที่คุณบอกเพื่อนคุณ เพื่อนคุณคนนั้นก็จะแพ้เกมทันที! เอ้า! รีบคิดชื่อคนที่จะบอกเร็วเข้า ไม่ใช่เท่านั้น หลังจากที่คุณลืม The Game ไปแล้ว จะเท่ากับว่าคุณกลับมาเล่นมันใหม่ และทันทีที่คุณนึกถึงมันขึ้นมา คุณก็จะแพ้อีกรอบ! (ไร้สาระและพิลึกดีใช่ไหมเล่า) ตอนนี้ The Game [...]

Posted on December 5, 2008 at 4:25 am by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized

ผมเห็นเธอร้องไห้บนรถไฟ

พื้นที่บนรถไฟไม่เหมือนห้อง ห้องบรรจุอากาศทรงสี่เหลี่ยม มันแข็งทว่าอบอุ่น ทำไมจึงอบอุ่น เพราะห้องห่อหุ้มเรามาตั้งแต่เกิด เราออกมาพบโลกครั้งแรกในห้องคลอด สี่เหลี่ยม ใช่ มันเป็นอากาศรูปลูกบาศก์ ร่างเล็กๆ ของเราถูกนำไปใส่ไว้ในห้องเด็กอ่อน ใช่ มันเป็นห้องรูปลูกบาศก์ หลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตอยู่ในห้องทรงสี่เหลี่ยมมาตลอด จนห้องกลายเป็นเจ้าของร่างกายเราเสียมากกว่าที่เราเป็นเจ้าของห้องเสียอีก รถไฟบรรจุอากาศทรงไส้กรอก ยาวๆ หลอดๆ และมีลมพัดผ่านหัวอยู่ตลอดเวลา ต่างจากห้อง ห้องเก็บอากาศเดิมเอาไว้ รักษาอุณหภูมิให้สม่ำเสมอ พอเราปรับตัวเข้ากับอากาศของห้องได้ ร่างกายและจิตใจก็จะนิ่ง นิ่งจนบางครั้งเราก็ลืมไปด้วยซ้ำว่าเรากำลังอยู่ในห้อง เหมือนกับที่ลืมไปว่าในห้องนั้นมีอากาศ ลืมไปว่าในร่างกายมีชีวิต ห้องที่เปิดหน้าต่างทำให้อากาศถ่ายเท แต่เป็นการถ่ายเทอย่างล่องหนจนเราไม่ทันสังเกต ห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศใช้วิธีสูบลมร้อนออกไป แล้วปล่อยลมเย็นออกมา อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิคงที่ ต่างจากรถไฟขบวนนี้ที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา ไม่มีอากาศแห่งปัจจุบัน ครั้นจะคว้าอากาศของอดีตเก็บไว้ก็ยากเย็น อากาศของอนาคตไหลเข้ามาแล้วก็พัดพาอากาศปัจจุบันหายไปในทุกวินาที รวมทั้งลมหายใจของทุกคนบนรถไฟ ผมไม่เคยมองเห็นคาร์บอนไดออกไซด์ แต่รู้ว่ามันมีอยู่จริง ถึงแม้มันจะไม่ได้ชื่อคาร์บอนไดออกไซด์ก็เถอะ ผมรู้ว่ามันปนเปื้อนไปกับลมหายใจที่ผมพ่นออกไป และผมก็รับเอาออกซิเจนเข้าร่างกายด้วยการสูดลมหายใจเข้า เราสูดสิ่งดีๆ เข้าตัว แล้วปล่อยสิ่งชั่วออกไป ชั่วร้ายแค่ไหน? ไม่หรอก ต้นไม้ยังเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไปปรุงอาหาร ถ้าไม่มีจมูกของพวกเรา ต้นไม้ก็คงท้องกิ่วเหมือนคนหิวที่ไม่มีข้าวให้กิน ใครเป็นนักวิทยาศาสตร์ช่วยบอกผมหน่อยว่า อากาศที่เราสูดเข้าไปนั้นมีคาร์บอนไดออกไซด์กี่เปอร์เซ็นต์ ผมอยากเห็นความแตกต่าง ออกซิเจนมากแค่ไหน [...]

Posted on December 3, 2008 at 11:09 pm by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized

พระจันทร์ยิ้ม

วันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนอะไรก็ได้เกี่ยวกับ “ความสุข” เพราะกำลังมีความสุข และอยากแบ่งความสุขให้แพร่กระจายออกไปเหมือนไวรัส ถ้าติดต่อกันไปได้เรื่อยๆ ก็คงจะดี คุณครูประจำวิชาสุขศึกษาเคยสอนว่า หากไม่อยากติดหวัดให้อยู่ไกลๆ คนที่เป็นหวัดไว้ ถ้าไม่อยากมีความสุขก็ต้องอยู่ไกลๆ คนที่มีความสุขไว้เช่นกัน จะว่าไปแล้ว ความสุขติดต่อกันง่ายกว่าความเศร้า ถ้าลองว่าตอนนั้นเราไม่เศร้า ต่อให้เชื้อแรงแค่ไหนก็ยากที่จะทำให้เราเศร้าได้ แต่เป็นไปได้ว่าเราอาจจะรู้สึกเห็นใจคนเศร้าที่กำลังเล่าเรื่องราวให้เราฟัง แบ่งปันความเศร้า แต่ไม่เก็บเอาไว้กับตัว พอดีว่าได้มาเจอกระทู้ในบอร์ดที่หลายคนเล่าเรื่อง “พระจันทร์ยิ้ม” ให้ฟัง ตอนแรกก็ยังไม่เห็นภาพ แต่พอลองเข้าไปดูในหน้า “คุยกันเอง” ก็เลยได้เห็นว่ามันโคตรจะน่ารักเลย เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งได้ไปเดินเล่นในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มาครับ มีโซนหนึ่งซึ่งน่าสนใจ คือโซน Who am I? ซึ่งเป็นส่วนที่อธิบายถึงมนุษย์เราในแง่ต่างๆ ในโซนนี้มีส่วนหนึ่งพูดถึงความสามารถในการจดจำใบหน้าของคนเรา เขาบอกว่าคนเรานั้นพร้อมที่จะจำอะไรต่างๆ ที่วางตำแหน่งคล้ายๆ ใบหน้าอยู่แล้ว เราก็เลยมองเห็น “ใบหน้า” ตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ หันไปเจอปลั๊กไฟ เราก็มองว่ามันกำลังยิ้มให้เรา เห็นน็อตสองตัวกับลูกบิดประตู ก็ดูเหมือนหน้าคน ส้มสองใบกับกล้วยหนึ่งใบ ก็คล้ายหน้าคนยิ้ม วันนี้ได้มาเห็นดาวสองดวงกับพระจันทร์เสี้ยวส่งยิ้มมาจากบนฟ้าก็ยิ่งยืนยันความจริงข้อนี้เข้าไปใหญ่ ก็เลยลองคิดต่อไปว่า จริงๆ แล้วคนเรามีแววว่าจะมองเห็น “หน้ายิ้ม” ในสิ่งต่างๆ มากกว่า “หน้าบึ้ง” สังเกตว่าเราจะมองเห็นจุดสองจุดกับเส้นโค้งลงเป็นหน้ายิ้มอยู่บ่อยๆ [...]

Posted on December 2, 2008 at 4:37 am by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized

วันที่โลกนี้ไม่มีหนังสือ

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย ก๋มคือหุ่นยนต์คนหนึ่ง (ยุคนี้เขาใช้ลักษณะนามของหุ่นยนต์ว่า ‘คน’ ครับ) ในยุคดิจิศักราชที่สองพันหนึ่งร้อย อ้อ เห็นทีก๋มจะต้องขอพื้นที่สักสอง-สามย่อหน้าเพื่ออธิบายอะไรสักเล็กน้อยให้คุณผู้อ่านเข้าใจความเป็นไปในยุคของก๋ม คำว่า ‘ก๋ม’ นั้นเป็นสรรพนามแทนตัวเองของเพศชาย เกิดจากการผสมคำสรรพนามยอดฮิตสองคำในยุคของคุณผู้อ่าน คือคำว่า ‘ผม’ กับ ‘กู’ เมื่อเวลาเปลี่ยนผันไป ผู้ใหญ่บางกลุ่มเริ่มยอมรับคำว่า ‘กู’ ว่าสุภาพและไม่หยาบคาย จริงๆ แล้วสถานที่แรกที่คำว่า ‘กู’ ถูกใช้อย่างแพร่หลายก็คือในสภาผู้แทนราษฎรนั่นเอง เมื่อมีทั้ง ‘กู’ และ ‘ผม’ ฟังแล้วเวียนหัว ท่านประธานจึงให้ลงมติว่าเราจะใช้คำไหนกันดี มติออกมาเสมอกัน ฝั่งประชาธิปัตย์ (พรรคเก่าแก่ที่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้แต่ก็ยังไม่เคยได้เป็นรัฐบาลอีกเลย) บอกว่า ‘กู’ หยาบเกินไป ฝั่งพลังประชาหุ่นยนต์บอกว่าสุภาพจะตายไป ท่านประธานจึงเสนอให้นำมันมาผสมกันเพื่อความสมานฉันท์ จึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง ‘ก๋ม’ กับ ‘ผู’ แต่ผู้แทนทั้งหมดต่างเห็นตรงกันว่า คำว่า ‘ผู’ หากพูดเร็วๆ และไม่ตั้งใจฟังอาจเผลอไปเป็น ‘จู๋’ เอาได้ และ ‘ก๋ม’ ก็ฟังดูรื่นหูกว่า ก๋มจึงเรียกตัวเองว่า ‘ก๋ม’ เพราะเหตุนี้ [...]

Posted on December 1, 2008 at 5:36 am by Roundfinger · Permalink · Leave a comment
In: Uncategorized