Archive for April, 2009

25/04/52: แม่ฮ่องสอนนอนห้องเรียน

สวัสดีปลายเดือนครับ ตอนนี้อยู่ที่แม่ฮ่องสอน นั่งรถผ่าน 1,864 โค้งชวนอาเจียนมาได้ในรถส่งไอติมคันหนึ่ง พี่คนขับใจเย็นไม่แพ้ไอติมที่เขาขนส่ง ลงจากรถปราศจากอาการงุนงงโดยสิ้นเชิง อากาศช่วงนี้ร้อนจัด ผิวไหม้เหมือนโดนไฟลวก ผลัดผิวหลุดร่อนเหมือนงูลอกคราบ ถ่ายภาพขาตัวเองแล้วนึกว่าไปถ่ายภาพชาวแอฟริกันมายังไงยังงั้น หน้าก็ดำไม่แพ้ท่านเปา ขาดก็แต่ไม่มีพระจันทร์ดวงสวยกลางหน้าผาก พระจันทร์อยู่บนฟ้าต่างหากล่ะ! ห่างไกลจอสว่างๆ ของคอมพิวเตอร์และทีวีมาเกือบเดือน ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ กลางวันตีซี้กับลม เงยหน้าทักทายฟ้า ตกเย็นยืนดูพระอาทิตย์เลิกงานค่อยๆ ถอยตัวกลับบ้านไป กลางคืนเงยหน้ามองฟ้าเห็นดาวสุกสกาวเกือบทุกคืน โลกนี้สวยดีนะ เมื่อวานไปยืนดูพระอาทิตย์ตกเหนือยอดเขา ดวงกลมเหมือนลูกชิ้นปิ้งแดงก่ำ ไม่นานหลังจากนั้นฟ้าก็กลายเป็นสีชมพู ก่อนจะมืดลง สีชมพูกับสีดำ สีไหนสวยกว่ากัน? สีดำเหมือนจะมืดและลึกลับ แต่ก็มีแสงระยิบระยับของดวงดาว ถ้าฟ้าไม่มืดสนิท เราจะเห็นความงามของดาวได้อย่างไร แม่ฮ่องสอนน่ารักเหมือนผู้หญิงตัวเตี้ยๆ เป็นธรรมชาติ และเป็นมิตรกับทุกคน แม้ว่าก่อนเข้าถึงตัวเธอจะยากลำบากสักหน่อย แต่เมื่อได้สัมผัสแล้วก็อยากจะอยู่ด้วยนานกว่าหนึ่งวัน นานกว่าที่ปฏิทินจะอนุญาต แต่วันนี้ก็ต้องเดินทางต่อแล้ว สาวผู้โชคร้ายเล่นมุขว่า “รู้ไหมว่าแม่ฮ่องเป็นอะไร” ตอบไปว่า “ไม่รู้” เธอเฉลย “แม่ฮ่องเป็นครู” ถามกลับไปว่า “ทำไม” เธอตอบ “ก็แม่ฮ่องสอนไง” (โอว) เมื่อมาถึงแม่ฮ่องสอน เราจึงอยากนอนในห้องสอน และห้องเรียน เป็นห้องเรียนที่ยุงเยอะกว่านักเรียนเสียอีก [...]

Posted on April 25, 2009 at 9:23 am by Roundfinger · Permalink · 58 Comments
In: Uncategorized

22/04/52: แม่แจ่มจริงๆ

สวัสดีพี่น้องที่รัก ขณะนี้จรลีมาอยู่ที่แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ดินแดนอาไร้สวยงาม เป็นธรรมชาติ น่าฮัก และน่าhug จริงๆ เชียว จากเชียงคานเราผ่านไปอีกหลายแห่ง ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกบนยอดภูหลวง แล้ววิ่งไต่ตามไหล่เขาจนเหงื่อแตกบนไหล่เรามาถึงนครไทย จ.พิษณุโลก นอนค้างที่นั่นในห้องประชุมหนึ่งแห่ง (ห้องประชุมที่ไหนยังไม่บอก บอกหมดเดี๋ยวหนังสือขายไม่ออกกันพอดี) จากนั้นก็มุ่งหน้าผ่านพิษโลก เมืองที่โลกไม่เป็นพิษ ออกอุดดิด มุ่งขึ้นลำปาง ลำพูน ทะลุเข้าเชียงใหม่ ย่ำราตรี กระดกน้ำกับน้ำแข็งกันจนคออ่อน พักผ่อนนอนหลับ แล้วก็โบกรถกันไปถึงจุดสูงสุดแดนสยาม (ฮ่าฮ่า ไม่น่าเชื่อว่าจะโบกขึ้นไปได้) หลังจากนั้นก็ไหลลงมาตามทางคดเคี้ยวลดเลี้ยวเหมือนงูที่กินสปริงเข้าไป ไหลลงมาสู่แม่แจ่มอันเงียบสงบและสวยงาม เมืองเล็กๆ ที่ยังไม่เท่เหมือนปาย แต่ใสดี พระอาทิตย์ตกลงหลังเขาที่นี่สวยดีไม่หยอก บอกไปก็ไม่เห็นภาพ อยากให้มานั่งแช่เท้าเย็นๆ ให้น้ำในแม่น้ำกระเซ็นมาโดนตัวและหัวใจ ชำระล้างความหม่นหมองในสี่ห้องไปได้พอดู เชื่อว่าอย่างนั้น ว่างๆ มาลองล้างดูได้ วันนี้เดินดูชาวบ้านเขาทอผ้าตีนจกกัน กินผัดไท กำลังจะย้ายก้นไปวางไว้ที่แม่สะเรียง สบเมย แล้วจะมุ่งหน้าผ่านปางอุ๋ง พุ่งไปหมู่บ้านรักษ์ไทย ก่อนเลยปายไปป่าสนวัดจันทร์ ที่พูดๆ ไปก็ยังไม่เห็นภาพ ถ้าเห็นแล้วจะมาเล้าสู่กันฟังใหม่ เชียงรายใกล้เข้ามาทุกที การเดินทางที่ยาวนานของพวกเราใกล้จะถึงวันสุดท้าย จุดหมาย-บางทีก็มีคำว่าสิ้นสุดวางรออยู่ แม่สายอยู่ไม่ไกลแล้ว [...]

Posted on April 22, 2009 at 1:16 pm by Roundfinger · Permalink · 66 Comments
In: Uncategorized

17/04/52: เชียงคานต้วมเตี้ยม

สวัสดำ อ้อ! สวัสดีครับพี่น้อง (อยู่บนหลังรถกระบะมานานจนดำเมี่ยมแทบจะไหม้อยู่รอมร่อ) บ้านเมืองร้อนคงเย็นลงพอสมควรแล้ว แต่ทางนี้ไม่ร้อนเลยสักนิด เปียกปอนกันได้ไม่เว้นแต่ละวัน ผ่านมาเกือบสิบแปดฝนแล้ว ทุกวันต้องมีฝนตกใส่กะลาหัว หากนับจำนวนคงเกินหมื่นเม็ดไปแล้ว (หัวใครทำไมใหญ่จัง) ไม่เพียงน้ำฝนที่หล่นจากฟ้า แต่ยังมีน้ำแดง น้ำแข็ง น้ำเย็นที่ถูกประเคนเข้าใส่ในช่วงสงกรานต์สามวัน เล่นเอาเปียกๆ แห้งๆ จนจะแปลงร่างเป็นนายแบบโฆษณาโทนาฟได้แล้ว เพราะเชื้อราขึ้นตามนิ้วมือนิ้วเท้า ไล่เลยไปถึงง่ามสะดือ จนใกล้จะเป็น ‘ฮ่องกงบอดี้’ เข้าไปทุกที (ใครอ่านแล้วงงให้นึกถึง ‘ฮ่องกงฟุต’) นอกจากอากาศเย็นจากฟ้าฝนและคนคึกคักแล้ว เรายังได้ดำผุดดำว่ายกันในหลายแม่น้ำ เมื่อวานนี้แม่น้ำสงคราม ที่หมู่บ้านปากยาม จ.นครพนม น้ำเย็นไม่เห็นปลาสักตัว แต่เขาลือกันว่าปลาชุมนักเชียว หมู่บ้านนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องทำปลาร้า แต่ไปแล้วไม่ล้าไม่เหนื่อย เพราะเมื่อยก็ล้มตัวลงนอน บรรยากาศน่ารักเหมือนหมู่บ้านในนิทาน แม่น้ำไหลเอื่อยเฉื่อยเหมือนเหงื่อของคนขี้เกียจ เงาไม้ครึ้มบังหัวให้หลบแดด เด็กน้อยมาชวนเล่นสนุกและสนุกเกอร์ เราเดินทางผ่านมาเกินครึ่งทางแล้ว ตั้งแต่สมุยยังไม่ได้ส่งข่าวคราวถึงกันเลย เพราะสถานที่หลายแห่งไม่มีอินเตอร์เน็ต ผ่านสุราษฎร์ฯ, ประจวบฯ, ชุมพร, เพชรบุรี ขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ แล้วต่อมาโคราช ผ่านบุรีรัมย์ไปศรีสะเกษ นอนใกล้เขาพระวิหารในบ้านคุณครูคนหนึ่ง ต่อไปอุบลฯ นอนฟังเสียงม้าร้องฮี้ๆ มีตุ๊กแก นกกา และหริ่งเรไรช่วยประสานเสียงในความมืด [...]

Posted on April 17, 2009 at 9:55 pm by Roundfinger · Permalink · 73 Comments
In: Uncategorized

08/04/52: สมองของสมุย

สวัสดีพี่น้อง ได้ข่าวว่ากรุงเทพฯ ร้อนระอุ นั่งฟังข่าวอยู่ทางนี้อยากให้ไม่มีเรื่องไม่ดีอะไรเกิดขึ้น ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีด้วยเถิด แวะมาส่งข่าวคราวพร้อมกลิ่นคาวปลาจากทะเล เป็นทะเลที่เกาะ เกาะใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ พวกเรามาถึงสมุยกันแล้ว มาง่ายกว่าที่คิด เรื่องราวระหว่างทางมากมายจนท่วมสมอง กองล้นออกมานอนเล่นบนเส้นผม แต่ไม่ค่อยได้บันทึกลงในสมุดบันทึกเลย กลัวลืมจริงๆ เชียว มาส่งข่าวว่าตอนนี้เราโบกรถมาทั้งหมดสิบแปดคันเข้าไปแล้ว! คนไทยมีน้ำใจมากกว่าที่คิด (ที่เคยคิดไว้ก็เยอะอยู่แล้วนะเนี่ย) การเดินทางไปเรื่อยๆ เหนื่อยแต่หนุก นอนแล้วตื่น ตื่นแล้วขยับ เจอคนแทบไม่ซ้ำกัน จะมีซ้ำก็ตอนหันมาเจอกันเองนี่แหละ แต่ก็ยังไม่เบื่อขี้หน้ากัน รวมทั้งยังไม่เบื่อขี้มูก ขี้ตา จะเบื่อหน่อยก็ขี้ไคลที่ไหลออกมาตอนนั่งหลังรถกระบะ โชคดีที่เป็นขี้ไคลกลิ่นหอม หอมกลิ่นความสุข เพราะความทุกข์ความไม่สบายใจปลิวไปกับสายลมหมดแล้ว การไม่เปิดทีวี ไม่เล่นอินเตอร์เน็ต บนข้อมือไม่มีเข็มนาฬิกานี่มันก็ดีเหมือนกันนะ เมฆบนฟ้าสวยดี ภูเขาล้อมรอบเหมือนแอ่งกระทะใส่น้ำใจที่กองไว้ให้เราตักดื่มไม่รู้จักจบจักสิ้น ตอนนี้อยู่ที่สมุยในสถานที่ที่มีสมอง กระซิบเบาๆ ว่าเป็นบ้านของนักเขียนผู้น่ารักชาวสมุยคนหนึ่ง ใครรู้ก็ลองเดาดู เมื่อเช้าเข้าไปในห้องสมุดของพี่เขามา หนังสือหนังหาเต็มห้อง กลิ่นหนังสือเก่าหอมชื่นใจเหมือนน้ำยาล้างจานซันไลต์ยังไงยังงั้น (น้ำยาล้างจานมันหอมตรงไหน) ส่งข่าวแค่นี้ดีกว่า อินเตอร์เน็ตนาทีละบาทแน่ะ แล้วจะแวะมาอีกเมื่อมีโอกาส สงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว หวังว่าพี่น้องจะเย็นกายเย็นใจลงไปถึงสะดือและหัวเข่า ขอให้บ้านเมืองเราเย็นลงด้วยเช่นกัน หันหน้ามายิ้มให้กันช่วงสงกรานต์เยอะๆ จะได้เจอะแต่ความสุขจนเปียกปอน คิดถึงลิงที่เขาดินวนา [...]

Posted on April 8, 2009 at 12:42 pm by Roundfinger · Permalink · 80 Comments
In: Uncategorized

03/04/52: นราที่วาด

สวัสดีครั้งที่สาม มาถึงนราธิวาสจนได้ ทางจากยะลามานราคดเคี้ยวเลี้ยวลด แต่พี่คนขับบอกว่ายังไม่ใช่ทางที่คดที่สุด นี่คือทางที่ไม่คดแล้ว แต่หัวนมซ้ายแทบจะไหลไปปนกับหัวนมขวาเวลาที่รถเลี้ยวแต่ละที มาถึงนราแล้วรู้สึกหวาดนิดๆ หวั่นหน่อยๆ แต่พออยู่ไปได้สักพักก็ผ่อนคลาย ‘นูรุน’ พาเดินเล่นจนกล้ามขาแข็งเป็นก้อน นราธิวาสสวยไปอีกแบบ มีภูเขาเขียวๆ หมอกจางๆ เหมือนเบตง แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือทะเล! พรุ่งนี้จะไปเดินเล่นริมทะเลยะลา สนทนากับพี่น้องมุสลิม เดินชิมอาหารในตลาด กับบรรยากาศดีๆ วันนี้ฝนตกลงมาหนัก ทำให้อากาศเย็นสบาย นราธิวาสที่วาดภาพเอาไว้ ต่างจากที่เห็นมากมาย หวังว่ากรุงเทพฯ จะไม่ร้อนเกินไปนัก พักสายตาจากภูเขาคอนกรีตมามองภูเขาเขียวๆ ชะอุ่มๆ ก็ชุ่มชื่นใจดี อากาศที่นี่ดีอย่าบอกใคร จุ๊จุ๊ อย่าเอ็ดไป อย่าบอกใคร แต่ฉันบอกเธอ (ฮ่าฮ่า).

Posted on April 3, 2009 at 9:38 pm by Roundfinger · Permalink · 67 Comments
In: Uncategorized

02/04/52: เบตงเป๊ะ

สวัสดีครั้งที่สอง มาลงที่เบตงได้ตรงเป๊ะ พักบ้านพี่นักข่าวใจดีมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ ไม่อยากเล่ารายละเอียดมากไป เดี๋ยวอ่านหนังสือไม่หนุก (เพราะรายละเอียดสนุกมาก-ฮ่าฮ่า โม้ไว้ก่อน) แต่ก็จะส่งข่าวและเรื่องราวคร่าวๆ เย้ายวนกันไปเล่นๆ เพราะเห็นว่าอาจจะมีอินเตอร์เน็ตใช้อีกไม่กี่วัน เส้นทางต่อๆ ไปน่าจะหาเน็ตใช้ได้ยากขึ้น แวะมาส่งข่าวว่าถึงเบตงแล้ว เบตงสวย สงบ เล็กกะทัดรัดดี ภูเขาเขียวๆ ล้อมรอบไปหมด ไปถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์ยักษ์มาแล้ว แต่ฝนตกหนักอยู่ ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย รอฝนหยุด คนที่นี่บอกว่า ฝนไม่ตกมาหลายเดือนแล้ว พอเรามาเราก็มาพร้อมฝนเลย พวกเราคุยกันว่าควรจะเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น ‘หนุ่มนักโบกกับสาวผู้โชคดี’ ได้แล้ว พรุ่งนี้จะโยกตัวต่อไปที่นราธิวาส และคงอยู่ที่นั่นสักสองคืน ถ้ามีเน็ตจะแวะมาส่งข่าวอีก ด้วยรักและคิดถึงข้าวมันไก่ประตูน้ำ แต่ตอนนี้อยากกินข้าวมันไก่เบตงมากกว่า.

Posted on April 2, 2009 at 3:47 pm by Roundfinger · Permalink · 55 Comments
In: Uncategorized

01/04/52: สะเดาซะได้!

สวัสดีเพื่อนพ้องน้องพี่ แวะมาส่งข่าวจากดินแดนไกล เป็นดินแดนไกลที่ไม่ได้ตั้งใจมา แต่ดันมาโผล่ที่นี่ซะได้ จู่ๆ แท็กซี่ชาวมาเลเซียก็พาพวกเรามาโผล่ที่ ‘สะเดา’ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าที่ไหน ตอนแรกนึกว่ายะลา ถามไปถามมากลับกลายเป็นสงขลาไปซะนี่ “อ้าว แต่พวกผมอยากไปยะลาต้องทำไง” “โอว น้อง ถ้าอยากไปเบตงคงต้องไปพรุ่งนี้ ขืนไปตอนนี้ ถ้าไปถึงด่านคงปิด เข้าประเทศไม่ได้แล้ว” อ่านแล้วอาจจะงงสักหน่อย ว่าสงขลากับยะลาทำไมต้อง ‘เข้าประเทศ’ พี่เขาให้เหตุผลว่าจากสงขลาไปยะลานั้นมันอันตราย ทางที่สบายและปลอดภัยคือทางที่ไปผ่านมาเลเซีย เราจึงพักกันที่สะเดาคืนนี้ พักที่ไหนดี ตอนแรกว่าจะไปนอนวัดกัน ถามหาวัดกันจ้าละหวั่น แต่พี่ที่ขายบะหมี่หมูแดงบอกว่า “ไปนอนบ้านพี่ไหม” คุยๆ กับพี่ก้องแล้วก็เกรงว่าโผล่ไปถามพระตอนสี่ทุ่มแบบนี้จะเป็นการรบกวนท่านเกินไป จึงตัดสินใจไปนอนบ้านพี่เขา ห้องของเราเล็กๆ พัดลมหมุนไปมา เอาผ้าปูพื้นสักหน่อยก็รอดตายไปหนึ่งคืน ซอยทางเดินเข้าห้องพักชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ไฟสีชมพูส่องสว่างตระการตา แวะออกมาเดินเล่น เห็นร้านอินเตอร์เน็ตจึงแวะมาส่งข่าวบอกเพื่อนพ้องน้องพี่ ว่าสบายและสนุกดี แม้จะหลงอยู่หลายตลบ หวังว่าพรุ่งนี้จะพบเบตง แล้วเราคงได้เริ่มเดินทางจากจุด ‘ล่างสุดประเทศไทย’ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ‘เหนือสุดประเทศไทย’ อย่างที่ตั้งใจไว้ ส่วนจะทำได้หรือไม่ ปล่อยให้เป็นไปตามดวงชะตา และหน้าที่ของสายลม ด้วยความคิดถึงกรุงเทพฯ แต่ยังไม่อยากกลับไปเพราะเพิ่งหนีออกมาได้ไม่นานเอง.

Posted on April 1, 2009 at 11:00 pm by Roundfinger · Permalink · 56 Comments
In: Uncategorized