Archive for June, 2009
เด็กฉลาด ชาติสนุก
กำลังนั่งโหลดรูป “ฉลาด” ที่ส่งกันมาแบ่งกันดูอย่างสนุกสนานเบิกบานอารมณ์ แม้จำนวนยังไม่มากเท่าไหร่ แต่ความสนุกที่แนบมาในภาพนั้นชวนบันเทิงยิ่ง ยิ่งเห็นภาพของหลายคนก็ยิ่งเห็นว่าหนึ่งสิ่งมีหลายมุมให้สื่อจริงๆ แฮะ จากภาพ “ฉลาด” ที่ส่งมากันทั้งหมดนั้นยังไม่มีภาพของใครซ้ำกันเลยสักคนเดียว ผู้ส่งก็หลากหลายทั้งชาย-หญิง ทั้งพี่ทั้งน้อง ผู้ใหญ่และเด็ก ขอบคุณที่แบ่งปัน “ฉลาด” สู่กันฟัง เห็นแล้วสนุกจึงนึก “ฉลาด” ของตัวเองขึ้นมาบ้าง (ไม่ยอมแพ้) จะแบ่งให้ดูในเวิร์กช็อปก็แล้วกันนะครับ เมื่อวานเปิดดูหนังสือพิมพ์เก่า เจอรูปข่าวชิ้นหนึ่งน่าสนใจดี เป็นรูปข่าวเล่าเรื่องเหตุการณ์ “ยิงพระ” ที่ภาคใต้ เขาสื่อสารด้วยภาพนิ่งๆ สงบๆ ไร้รอยเลือด ภาพนิ่งๆ นั้นคือ บาตรพระที่ฝาบาตรยุบบุบด้วยแรงกระสุน เจอภาพนี้เข้าไป ผมคิดว่าช่างภาพ “ฉลาด” มากเลยที่สื่อสารด้วยภาพนี้ ใครที่คิดภาพ “ฉลาด” ไว้ รีบส่งกันมาก่อน 5 ก.ค. นี้นะครับ ปิดหีบตอนเที่ยงคืนวันที่ห้าครับ เท่าที่เห็นผลงานความคิดของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ส่งมา ผมเดาว่า เวิร์กช็อปนี้น่าสนุกเชียวครับ : ) ปล. อย่าลืมแนะนำตัวสั้นๆ และเบอร์ติดต่อกลับด้วยนะครับ [...]
พัก-พลัง-ทำ
ตื่นเช้ามาด้วยพลังเต็มหลอด เหมือนนอนกอดถังน้ำมันเบนซินมาทั้งคืน จะว่าไปเมื่อคืนก็สลบไปตั้งแต่หัวค่ำ นั่นอาจเป็นเหตุผลให้ได้หายใจเอาออกซิเจนเข้าสมองไปมากพอที่จะทำให้สดชื่น สัปดาห์นี้รู้สึกดีกับชีวิตของตัวเอง หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วใช้ชีวิตเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกชักใยให้กระดุกกระดิกไปตามเส้นเอ็นของการงานที่โยงใยกันยุ่งเหยิงยุ่บยั่บหยุกหยุยจนอารมณ์โยกเยก อยากจะเขกกะโหลกตัวเองจริงๆ! ไปตกปากรับคำว่าจะทำนู่นนี่อะไรมากมาย ทำเยอะกับทำได้ดีนี่มันคนละเรื่องกัน พอทำเยอะแล้วอยากทำให้ดีก็จะมีความเครียดเบียดขึ้นมากลางกบาล วิ่งผ่านหัวคิ้วจนหน้านิ่วสิวขึ้น แต่สัปดาห์นี้ใช้ชีวิตแบบว่างๆ ว่างไปดูหนังเรื่อง Up ว่างไปหลับในโรงที่ฉาย Transformers แถมยังมีเวลาได้ไปเห็นโปสเตอร์หนังดีๆ ที่น่าสนใจ อย่างเรื่อง Home และ Departure เดี๋ยวคงได้เจอกันในวันว่าง มีเวลาอ่านหนังสือที่ซื้อมากองไว้ แม้อ่านไปไม่กี่หน้าจะหลับปุ๋ย แต่ก็เหมือนได้คุยกับความคิด ไม่ใช่หัวปั่นจนไม่มีเวลาให้ความคิดตกตะกอน มีเวลานอนอ่านต้นฉบับของพี่ที่เขาส่งมาให้อ่านเล่น อ่านจนจบแล้วก็พบว่าตัวเองอยากเขียนเรื่องเดินทางกับเขาบ้าง ตอนนี้เลยกลับบ้านไปเอาหนังสือเกี่ยวกับลอนดอนทั้งหมดมากองรวมกันไว้ที่ห้องแล้ว ว่างอีกหน่อยจะปล่อยพลังเต่ากับเขาบ้าง คราวนี้ตั้งใจจริงแล้ว! อ่านมักทำให้อยากเขียน เป็นวงจรที่วนเวียนอยู่อย่างนั้น จึงควรมีเวลาว่างจากการงานที่ทำ หยุดขยำสมองให้ยู่ยี่ (แม้สมองที่หยุกหยุยจะเป็นสมองที่แข็งแรงก็ตาม) ปล่อยให้ความคิดได้คลี่คลาย ให้สมองได้หายใจหายคอ อ้อล้อกับความไร้สาระบ้าง เวลาหายใจช้าๆ ความคิดสร้างสรรค์จะก่อกำเนิด หนังสือ ปฏิวัติความรู้ในถ้วยน้ำชา ของคุณวิศิษฐ์ วังวิญญู เขาว่าไว้ เมื่อชีวิตอยู่ในจังหวะเร่งรีบ สมองของเราจะอยู่ในคลื่นความถี่เบต้า ท่ามกลางคลื่นนี้เราจะอยู่ปริมณฑลของจิตสำนึกแบบแคบๆ มองเห็นทุกสิ่งเป็นจริงเป็นจัง ในทางตรงกันข้าม ในยามผ่อนคลาย เราจะอยู่ในความถี่ของคลื่นอัลฟ่า ขณะที่เห็นโลกภายนอก [...]
สมองสมัครสมาน
วันนั้นพี่ก้องโทรมา บอกว่า BraneFit เขาอยากทำเวิร์กช็อปเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ สนใจจะทำไหม คิดมาคิดไปก็น่าสนใจดี คล้ายๆ แบดเวิร์กช็อปแบบจำลองเพราะใช้เวลาแค่หนึ่งวัน แต่ก็เป็นหนึ่งวันเต็มๆ เลยลองลงสมองคิดวิธีการสมัครมาเพื่อสมานพลังกันคิดอะไรสนุกๆ ร่วมกัน ได้โจทย์ง่ายๆ สำหรับคนที่สนใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปสนุกๆ นี้มาว่า “ให้ถ่ายรูปอะไรก็ได้ที่สื่อถึงคำว่า ‘ฉลาด’ มาอวดกัน” ใคร ‘ฉลาด’ ได้ชนะใจที่สุดก็มาร่วมสมองสมัครสมานกันในเวิร์กช็อป อย่าได้ซีเรียสไปครับ ‘ฉลาด’ สนุกๆ มีมากมายเลย ขอให้ครีเอท สร้างสรรค์ และแตกต่างก็พอ ผมว่าเป็นโจทย์ที่ ‘ทำ’ น้อยมาก แค่ถือกล้องเดินไปส่องภาพแล้วส่งมาทางอีเมล roundfinger2547@yahoo.com แต่ก็เป็นโจทย์ที่ชวนให้ ‘คิด’ เยอะ สิ่งสร้างสรรค์ดีๆ มักมีคุณสมบัตินี้ ‘คิดเยอะ ทำน้อย’ หากใครที่ยังว่าง ไม่มีคิวไปไหนไกลในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ (วันที่มีเวิร์กช็อป) ลองส่งภาพ ‘ฉลาด’ มาร่วมสนุกกันก็ได้นะครับ เริ่มรับภาพตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม และประกาศผลกันในวันที่ 7 กรกฎาคมครับ ส่วนวันนั้นในเวิร์กช็อปจะได้ทำอะไรกันบ้าง ขออุบรายละเอียดเอาไว้ก่อน [...]
ยุ่ง
“ยุ่ง” มักจะทำให้ “ยาก” ช่วงนี้ทั้ง “ยุ่ง” และ “ยาก” หากผ่านความ “ยุ่ง” และความ “ยาก” ไปได้ ก็น่าจะถึงเวลาของความสนุก! หากหายตัวไปจากบล็อกและบอร์ดต้องขออภัยด้วยนะครับ แวะมาบอกว่ายังหายใจดีอยู่ (แม้หายใจกระหืดกระหอบเหมือนคนเพิ่งวิ่งร้อยเมตรเสร็จ) อ้อ ไหนๆ ก็ไหนๆ แวะมาชวนกันอีกครั้งว่า วันเสาร์ที่ 20 มิถุนาที่กำลังจะถึงนี้ (หกโมงเย็น) มีงานพูดคุยสนุกสนานในหัวข้อที่น่าสนใจมากกกกกกก (สำหรับผม) คือ “การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ” ผมทำหน้าที่ “คนถาม” โดยมี อ.ปกป้อง จันวิทย์ และคุณสฤณี อาชวานันทกุล เป็น “คนตอบ” ทั้งสองท่านนี้เป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนระดับคุณภาพเรียกพี่ ผมเองก็กะจะไปล้วงควักเอาวิชามาให้หมดไส้หมดพุง มาชวนอีกทีเพราะเห็นว่าหัวข้อนี้น่าหนุก เพราะคนชอบอ่านหนังสือสามคนมานั่งคุยกันเรื่องการอ่าน การเขียน น่าจะน้ำลายแตกฟอง และถ้าพี่น้องคนไหนเป็นคนชอบอ่านก็น่าจะฟังอย่างสนุกสนานไม่แพ้กัน ใครไปวันเสาร์นี้ที่ People Space ก็เจอกันนะครับ รายละเอียดที่นี่เลยครับ http://www.people-space.blogspot.com/ ไปยังไง? จากสี่แยกคอกวัว เดินตรงมาทางศาลเจ้าพ่อเสือ [...]
รับน้องโหด
เช้าวันนี้มีน้องคนหนึ่งโทรมาปรึกษา เขาเล่าให้ฟังว่ากำลังมีเรื่อง “ไม่เข้าใจ” กับคุณแม่ หลังจากที่ได้โชว์ภาพการรับน้องที่คณะให้คุณแม่ดู คิดว่าดูกันสนุกๆ แต่เมื่อคุณแม่เห็นภาพกิจกรรมหลายอย่างแล้วกลับรู้สึกผิดหวัง ผิดหวังที่เห็นลูกของตัวเองรับน้องด้วยกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม บ้างก็โหดเกินไป บ้างก็ดูไม่เหมาะไม่ควร น้องคนนั้นฟังคำตักเตือนจากคุณแม่ แต่ในใจก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นักว่ามันแย่มากขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงอย่างไรก็พยายามอธิบายให้คุณแม่ฟังว่าหน้าที่หลักของกิจกรรมครั้งนี้เป็นของรุ่นพี่ปีสาม ไม่ได้เป็นหน้าที่โดยตรงของปีสองอย่างน้องเขา แต่คุณแม่ก็ยังรู้สึกว่าปีสองเองก็น่าจะช่วยบอกกล่าวกับรุ่นพี่ได้ว่าสิ่งที่พี่ๆ ทำมันไม่เหมาะสม ฟังมาถึงตรงนี้ ผมก็ลองแทนตัวเองเป็นน้องปีสองดูในใจ หากคิดอยากจะลุกขึ้นมาบอกรุ่นพี่ว่า “พี่ครับ สิ่งที่พี่ทำมันโหดร้ายกับน้องเกินไปนะครับ” หรืออะไรทำนองนั้น ผมก็มีสิทธิ์ถูกรุ่นพี่กาหัวเอาไว้ว่า-ไอ้นี่มันหือกับรุ่นพี่ ไอ้นี่ปีนเกลียว ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ค่อยน่าจะเสี่ยงด้วยสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น ผมคิดว่าการที่น้องปีสองคนนั้นไม่ลุกขึ้นมาห้ามปรามรุ่นพี่ก็เพราะเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งที่รุ่นพี่กำลังทำกับรุ่นน้องปีหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะตัวเองก็เคยโดนรับน้องแบบนี้มาเหมือนกัน และมันก็ถูกส่งต่อกันมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของกิจกรรมรับน้องไปโดยปริยาย เมื่อไม่ได้คิดว่ามันไม่เหมาะสม ก็เลยไม่คิดว่าต้องต่อสู้อะไร เราโดนมาแบบไหน น้องก็ควรจะโดนแบบนั้น เปล่าครับ น้องเขาคงไม่ได้คิดว่าเพื่อความสะใจ แต่กิจกรรมรับน้องทั้งหลายมักจะเริ่มต้นด้วยความโหดร้ายและจบลงด้วยความซึ้งตรึงใจอยู่เสมอ พี่ปีสองคงรู้ดีว่าเมื่อเดินทางไปถึงในช่วงท้ายของกิจกรรม-ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แม้เริ่มต้นจะเลวร้ายไปสักหน่อย แต่สุดท้ายแล้วทุกคนจะประทับใจ แต่คุณแม่คงไม่ได้คิดแบบนั้น ผมเองก็เหมือนกันครับ! ผมบอกกับน้องไปว่า “มาปรึกษาผิดคนแล้วล่ะ เพราะเราเองก็เกลียดการรับน้องโหดๆ เหมือนกัน” ผมไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องตกระกำลำบากด้วยกันก่อนจึงจะรักกันได้ และต่อให้ลำบากด้วยกันก็ใช่ว่าจะรักกันเสมอไป ผมคิดว่าการรับน้องนั้นเป็นประเพณีแห่งความบ้าอำนาจของรุ่นพี่ที่อยากปกครองน้องใหม่ เมื่อน้องเข้ามาก็กดขี่กันตั้งแต่วันแรกๆ ให้น้องๆ กลัวในอำนาจบารมีเอาไว้แต่เนิ่นๆ จะได้ง่ายต่อการปกครอง ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี เราชอบเป็นเด็กดีของผู้ใหญ่ [...]
ทำอย่างไรให้ไม่ตาย
คุณอาจจะกำลังอ่านตัวหนังสือเหล่านี้บนถุงกล้วยแขก ถุงใส่ข้าวต้มมัด ถุงใส่ตั๊กแตนทอด หรืออาจจะเจอมันพันรอบดอกไม้ช่อใหญ่ที่แม่ค้าคนนั้นยื่นใส่มือคุณ หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่ผมไม่อาจจะคาดเดาได้ในตอนนี้ (เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551) เพราะผมไม่ใช่พ่อหมอแม่มดที่จะคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งได้ว่าในอนาคตมันจะแปรสภาพไปเป็นอะไร แต่ผมพอจะบอกกับคุณได้ว่า ณ ตอนนี้ ที่นี่ มันเป็นกระดาษหนึ่งแผ่นในนิตยสารผู้ชายที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเมืองไทย คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง ก็แหม เขาออกจะโด่งดัง นิตยสารที่กระดาษแผ่นนี้เคยสอดตัวเองอยู่ในนั้นมีชื่อว่า “จีเอ็ม” และที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่ก็เป็นบทความบทหนึ่งในเล่มที่มีหัวข้อเกี่ยวกับ “ความเปลี่ยนแปลง” ในยุคสมัยของคุณก็คงจะยังมีนิตยสารบางฉบับพูดถึงหัวข้อนี้อยู่เป็นแน่ ก็เหมือนกับสัจธรรมที่พูดกันซ้ำแล้วซ้ำอีกนั่นแหละครับ “สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ก็คือความเปลี่ยนแปลงนั่นเอง” ที่นั่นตรงกับเดือนอะไร ปีไหนแล้วล่ะครับ โลกในยุคนั้นเป็นอย่างไรบ้าง รถยังมีล้ออยู่ไหม หรือลอยไปมาอยู่เหนือหัวมนุษย์กันหมดแล้ว กรุงเทพฯยังรถติดอยู่ไหม หรือตึกใบหยกจมอยู่ใต้น้ำไปแล้วเรียบร้อย ในวันที่กระดาษแผ่นนี้เปลี่ยนสภาพไปเป็นอย่างอื่น สิ่งต่างๆ รอบตัวคงเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย หากคุณได้อ่านมันหลังจากที่มันได้ตีพิมพ์ในนิตยสารจีเอ็มไม่นานนัก (คุณอาจจะไปซื้อมันมาจากร้านหนังสือเก่าในจตุจักร) สิ่งต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณได้อ่านมันในพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุหรือหอสมุดเก็บหนังสือเก่า โลกอาจจะเปลี่ยนไปจากตอนที่ผมนั่งเขียนบทความนี้มากจนอาจจะเหมือนคนละโลก และหากเป็นอย่างหลัง วันนั้นร่างของผม-ผู้เขียน ก็คงฝังอยู่ใต้ดินให้หนอนน้อยทั้งหลายได้ชอนไชกันจนอิ่มท้องไปแล้ว ความเสื่อมสลายย่อมเดินทางมาถึงในวันหนึ่ง ไม่ว่าผมหรือกระดาษแผ่นนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะไปก่อน แต่สุดท้ายแล้วเราก็มีปลายทางเหมือนกัน คือการสูญสลายหายไปจากโลกราวกับไม่เคยมี วันนั้นโลกก็ไม่รู้หรอกครับว่า วันหนึ่งเคยมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งเขียนบทความเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงลงในนิตยสารผู้ชายที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในเมืองไทย และเช่นกัน วันนั้นก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเคยมีกระดาษแผ่นหนึ่งบรรจุตัวหนังสือเหล่านี้เอาไว้ กระทั่งคุณผู้อ่านเองก็เถอะ อีกสามนาทีหลังจากปิดหนังสือเล่มนี้ลงก็คงลืมเสียสนิทว่าชีวิตนี้เคยได้อ่านบทความดีๆ [...]
บทสัมภาษณ์: a day 78
a day with a view 78 ทรงกลด บางยี่ขัน > เรื่อง ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ > ภาพ หลบตากระจกออกไปสบตาโลก เส้นสมองและสองตาของนักโฆษณา นักเขียน และนักเดินทาง นามนิ้วกลม นิ้วกลมกำลังจะไปเซี่ยงไฮ้ นี่แหละคือเหตุผลที่ a day ชวนนิ้วกลม หรือ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ มานั่งพูดคุยกันยืดยาวราว 6 ชั่วโมง การเดินทางคราวนี้เขาไม่ได้แค่ไปเที่ยวแน่ ตลอดระยะเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมา เส้นชีวิตของผมและเขาขีดพาดผ่านพันกันให้วุ่นวายอยู่เสมอๆ เรื่องงานนั่นก็ใช่ แต่ทุกๆ ครั้งที่เขามาเยือนออฟฟิศ a day อย่างไม่เป็นทางการ เราก็มักมีเรื่องราวให้คุยกันอย่างยาวนานเสมอ ถ้าใครเคยคุยกับเขา คงรู้สึกเหมือนผมว่า เขาเป็นคนหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังสำหรับการฝัน คิด และ ทำ ในอัตราส่วนที่พอๆ กัน สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเขารวมกลุ่มกับเพื่อน 7 คนทำหนังสือทำมือชื่อ D.I.M. (อ่านว่าดิม ย่อมาจาก [...]
รถคือสุขา
เดือนเมษาที่ผ่านมา นิตยสาร Esquire ทำเล่มรถยนต์ เขาวางแผนให้มีสองคนที่ขับรถกับไม่ขับรถมาเขียนเหตุผลว่าทำไมจึงชอบขับ ทำไมจึงไม่ชอบ คนหนึ่งคือพี่คุ่น-ปราบดา หยุ่น เขียนถึง “เหตุผลที่ผมไม่ใช้ล้อ” ส่วนผมรับหน้าที่เขียนเหตุผลที่ชอบขับรถ เอามาแปะแบ่งกันอ่านเล่นๆ ครับ … เคยสงสัยเหมือนผมบ้างไหมครับว่า ทำไมเราเรียกห้องน้ำว่า ‘สุขา’ บางคนให้เหตุผลว่า เพราะเราสามารถเข้าไป ‘ปลดทุกข์’ ได้ในนั้น ไม่ใช่แค่ปลดหรอก เรายังปลิด เปลื้อง ปล่อย ขมิบ ขย้น เขยื้อน ก้อนทุกข์ภายในตัวออกมาสู่โถชำระ แล้วจัดการกดปุ่มให้น้ำหมุนควงมันลงไป เหลือไว้แต่ความสุขใจในช่องท้องและช่องหัวใจส่งผลให้ใบหน้าเบิกบาน หมด ‘ทุกข์’ ปุ๊บ ‘สุข’ ก็เกิดขึ้นปั๊บ! แต่ผมว่าคนเราไม่ได้สุขใจในสุขาเพียงเพราะว่าเราได้ปลดทุกข์ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ (แต่คงไม่มีใครอยากจับ) ออกไปเท่านั้น ในห้องสุขาแห่งนั้นเรายังได้ปลดทุกข์นามธรรมที่จับต้องไม่ได้ออกไปอีกด้วย ‘ทุกข์นามธรรม’ ที่ว่าคืออะไร บรรทัดถัดๆ ไปมีคำตอบ หากมีเด็กขายพวงมาลัยสักคนเดินมาเคาะกระจกรถแล้วเอ่ยปากถามผมว่า “พี่ว่ามีเหตุผลอะไรที่คนเราควรขับรถ” ผมคงตอบน้องเขาไปว่า “เพราะรถคือสุขา” น้องคงทำหน้างง อยากเอาก้อนทุกข์ปาหน้าสักสองก้อนก่อนที่จะเดินจากไป แต่ผมอยากบอกกับน้องเขาว่า พี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รถกับสุขา แม้หน้าตาไม่เหมือน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือมันเป็นหนึ่งในน้อยสถานที่ในมหานครอันกว้างใหญ่แห่งนี้ที่อนุญาตให้มนุษย์เมืองได้มีโอกาสอยู่กับตัวเอง [...]
ชักชวนเชื่อ
สวัสดีครับ ช่วงนี้ยุ่งเหยิงกับโลกภายนอกจนไม่ค่อยได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับโลกเสมือนใบนี้สักเท่าไหร่เลย แต่ด้วยความที่ใกล้จะถึงงานที่อยากชวนพี่น้องญาติสนิทมิตรสหายไปนั่งฟังนั่งคุยกันจึงมาแปะคำชวนเอาไว้สักหน่อย เผื่อใครว่างแล้วสนใจจะได้ไปร่วมสนุกกัน งานแรก: หนุ่มนักโบกออนสเตจ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 15.00-16.00 น. มีงานนั่งคุยกันเกี่ยวกับ “ทริปโบกรถทั่วไทย” ที่เพิ่งไปโบกกันมาอย่างหนุกหนาน เหน็ดเหนื่อย และหนาวเหน็บ (ด้วยเหรอ?) ในงานของ ททท. ที่ห้องจูปิเตอร์ 4-7 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ผู้ร่วมเวทีก็คือผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกันมาตลอดระยะเวลาสามสิบวันนั่นเอง ได้แก่ พี่ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน และได้เด็ก คือสาวนักโบกอีกสองคน คนหนึ่งผู้ดี๊ผู้ดี เจี๋ยมเจี้ยม พูดน้อยเหมือนผ้าพับไว้ (แต่พับไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่) กับอีกคนหนึ่งที่ซนเป็นลิง พูดเก่งเป็นลิงต่อยหอย ใครไม่เชื่อขอให้ไปฟัง ส่วนพี่ก้องนั้นก็พูดจนลิงหลับอยู่แล้ว (แต่คงไม่ใช่ไอ้ลิงตัวที่เพิ่งพูดถึงไปเมื่อกี๊นี้) ฝั่งผมนั้นพูดน้อยเหมือนหอยถูกต่อย (จนมึนก็เลยพูดไม่ออก) ใครว่างๆ เรียนเชิญนะครับ พวกเราเดาว่าน่าจะสนุก (มั้ง) งานที่สอง: นิ้วถูกเพลงดาบบาด โอ้ย! เจ็บ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายนนี้ เวลาประมาณ 16.00-17.00 น. [...]
