ชื่อ

มีคำคำหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยเป็นพิเศษ แม้มันอาจจะไม่ใช่คำที่เราได้ยินบ่อยที่สุดในชีวิต แต่ก็เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยมาก แถมเวลาได้ยินเรายังรู้สึกกับมันมากกว่าคำอื่นๆ ทั่วๆ ไป บางทีก็สะดุ้ง บางทีก็เคลิบเคลิ้ม บางทีก็โกรธ (ในกรณีที่คำคำนี้ถูกนำไปวางไว้ข้างหลังคำบางคำที่หยาบคาย) คำคำนั้นก็คือ ‘ชื่อ’ ของเรานั่นเอง

ชื่อ น่าจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยและอยู่ใกล้ตัวเอามากๆ แต่บางทีเราก็แกล้งทำเป็นไม่ให้ความสำคัญกับมัน เห็นมันเป็นแค่อุปกรณ์เรียกขาน แต่เอาเข้าจริงมันก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเรา ถ้าพรุ่งนี้เช้าตื่นมาแล้วลองเปลี่ยนชื่อของตัวเองดู ลองให้คนอื่นเรียกเราด้วยชื่อใหม่ เราคงได้พบกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่คุ้นชิน แปลกๆ และงงๆ กับตัวเอง

แม้ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ชื่อก็มีความสำคัญของมันแบบเงียบๆ

ชื่อของคนไทยนั้นน่าสนใจ เพราะหลากหลาย แตกต่าง และไม่ซ้ำซากเหมือนฝรั่งที่ตั้งชื่อ จอห์น, วิลเลี่ยม, เฮนรี่, ปีเตอร์, สตีเฟ่น กันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีและก็ยังคงตั้งซ้ำๆ กันอยู่อย่างนั้น แต่ชื่อสำหรับคนไทยนั้นแอดวานซ์ไปตามยุคสมัย จากไอ้ดำ อีแดง ก็ค่อยๆ หรูหราขึ้น กระทั่งมาธรรมดาๆ (แต่เท่) อย่างในยุคนี้

เพิ่งได้รู้จักคนคนหนึ่งชื่อว่า ‘ดี’ คุยกันกับเพื่อนว่า คนชื่อดีมันมีอยู่ในโลกด้วยเหรอ เพื่อนบอกว่าทำไมจะไม่มีล่ะ ก็น่าจะมีบ้าง เพราะความหมายมันก็ดีจะตายไป ถ้าชื่อ ‘ชั่ว’ ก็ว่าไปอย่าง แต่ยังไม่ได้ถามคุณดีว่ามีพี่น้องไหม ถ้ามีพี่สักสามคนก็คงไม่ต้องเดา พี่ของเขาต้องชื่อ เอ, บี และซีเป็นแน่

คำว่า ‘ดี’ พอเปลี่ยนภาษาไปก็มีความหมายใหม่ จากที่เคย ‘ดี’ แต่พอกลายเป็นเกรด D ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชื่อในหนึ่งภาษาพอลองเอามาบอกให้คนในอีกภาษาหนึ่งฟังบางครั้งก็ตลกดี เพิ่งได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เขามีเพื่อนชาวเกาหลีชื่อ ‘ซอยเตียงทรุด’ เอ้ย! ‘ซอยเตียงซุด’ แต่พอลองถามคนเกาหลี เขาบอกว่าน่าจะเป็นคำว่า ‘ซุก’ มากกว่าเพราะคำว่า ‘ซุก’ นั้นฮิตมากในชื่อของคนเกาหลี

ระหว่างคุยกันถึงคุณดี ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่ามีเพื่อนที่ถาปัดชื่อ ‘ดีจริง’ คือแค่ ‘ดี’ ยังไม่พอ กลัวคนไม่เชื่อ กลัวคนไม่แน่ใจ เลยต้องยืนยันตอกย้ำในชื่อตัวเอง เซ็นใบรับประกันให้เสร็จสรรพ “เฮ้ย! ผมดีจริงนะครับ” ยังนึกเลยว่าถ้ามันนามสกุล ‘รับประกัน’ เวลามันแนะนำตัวคงจะขึงขังดี ลองนึกหน้าผู้ชายขึงขังคนหนึ่งเอ่ยปากแนะนำตัวตอนสอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน

“สวัสดีครับ คุณ…เอ่อ…”
“ผม ดีจริง รับประกันครับ”
“โอว…คุณนี่มั่นใจในตัวเองดีจังนะ ว่าแต่ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”

เพื่อน ‘ดีจริง’ ของผมมีชื่อเล่นว่า ‘ดิ่ง’ เดาว่าน่าจะมาจากเสียงและสระของ ‘จริง’ ผสมกับพยัญชนะของ ‘ดี’ ซึ่งก็สร้างสรรค์ดี แต่พอลองคิดดูดีๆ คำว่า ‘ดิ่ง’ มันมีความหมายว่า ดิ่งลงไปสู่ก้นเหวหรืออะไรทำนองนั้นได้เหมือนกัน ก็เลยคิดว่า ชื่อจริงของเพื่อนนั้นดีจริง แต่ชื่อเล่นดูเหมือนจะฉุดให้ชื่อจริงต้องดิ่งลงมา

ผมเคยมีพี่ที่รู้จักกันชื่อ ‘เรือรบ’ ผมว่าชื่อของเขาเท่ดี เดาว่าต้องมีพี่ชื่อ ‘เครื่องบินรบ’ และน้องชื่อ ‘ยางลบ’ เป็นแน่ เวลาเห็นคนมีชื่อแมนๆ แบบนี้แล้วก็อิจฉาเขา อยากจะฮึกเหิมกับเขาบ้าง แต่จะว่าไปชื่อจริงของผมก็มีความหมายใกล้เคียงกับการรบราอยู่เหมือนกัน ‘สราวุธ’ (ชื่อเช้ยเชย) นั้นเป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างคำว่า ‘สร’ (สอ-ระ) กับ ‘อาวุธ’ คำว่า ‘สร’ แปลว่าเก่งกล้า รวมกันแล้วจึงแปลว่า ‘อาวุธที่เก่งกล้า’ ซึ่งพอส่องกระจกดูตัวเองก็พบว่าไม่ค่อยได้เป็นอาวุธที่ไปสู้รบปรบมือกับใครเขาสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะมันไม่ใช่ชื่อที่จะรู้ความหมายตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก ต้องมาเปิดพจนานุกรมแปลอีกที แต่ผมชอบชื่อทำนองนี้เหมือนกัน เพราะมันแอบสแตร็กดี เหมือนมีไว้เรียกเฉยๆ ไม่ได้ให้คุณค่าและความหมายกับตัวคนคนนั้น แม่เคยบอกผมว่าจะไม่มีวันตั้งชื่อลูกว่า ‘หนุ่ม’ เพราะกลัวตอนแก่ตัวไปแล้วมีคนเรียก “ลุงหนุ่ม ปู่หนุ่ม ตาหนุ่ม” แล้วมันจะตลก ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เรือรบเคยไปสู้รบกับใครในทะเลบ้างหรือยัง แต่พอมานั่งนึกดูก็สนุกดี เพราะพี่เขามีแฟนชื่อ ‘นุ่น’ ซึ่งเป็นสิ่งที่อ่อนนุ่ม เบา และล่องลอย เมื่อมาอยู่ใกล้ๆ เรือรบ นุ่นก็น่าจะทำให้ความแข็งของเรือรบอ่อนลงได้ เรือรบนั้นหนัก แต่นุ่นเบา อยู่ด้วยกันแล้วน่าจะสมดุลดี

เคยได้ยินไหมครับว่า คนเราจะชอบคนที่หน้าตาคล้ายกับตัวเราเอง แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่าคนเรามักจะชอบสิ่งต่างๆ ที่ออกเสียงคล้ายกับชื่อของเราด้วย (แต่ผมคิดว่าคนไม่น่าจะชอบคนที่ชื่อเหมือนกัน เพราะมันทำให้ชื่อของเรา ‘โหล’) ว่ากันว่ามีคู่ที่เป็นแฟนกันมากมายที่มีชื่อจริงหรือไม่ก็ชื่อเล่นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตัวเดียวกัน

ผมคิดว่ามันอาจเป็นหลักจิตวิทยาเดียวกันกับการที่เราชอบคนที่หน้าตาคล้ายเรา เพราะเราเห็นและได้ยินสิ่งนั้นอยูทุกวัน เราคุ้นเคยกับมัน เป็นสิ่งที่ใกล้ชิดสนิทสนม และน่าไว้ใจ คงไม่มีใครทำร้ายตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจึงชอบและไว้ใจคนที่หน้าตาคล้ายเรา แถมลึกๆ แล้วยังชอบคนที่ชื่อคล้ายเราด้วยโดยไม่รู้ตัว เพราะมันคล้ายๆ กับว่าเราเป็นพวกเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน

แต่ใครจะไปยืนยันได้ว่าคนหน้าตาคล้ายกันหรือชื่อใกล้เคียงกันนั้นจะไม่ทำร้ายกัน อันนั้นมิอาจควบคุม ความชอบบังคับกันไม่ได้ เป็นไปตามธรรมชาติ ความเปลี่ยนแปลงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลง ต่อให้หน้าคล้าย ชื่อเหมือน ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

ในมุมหนึ่ง ชื่อจึงสำคัญด้วยประการฉะนี้ คนชื่อ ‘แป๊บ’ อาจจะชอบเป๊ปซี่ ขณะที่คนชื่อ ‘โค้ด’ อาจจะสั่งโค้กอยู่บ่อยๆ คนชื่อ ‘วี’ อาจมีไวมิ้ลค์เต็มตู้เย็น ขณะที่คนชื่อ ‘เล็ก’ อาจจะดื่มแต่แลคตาซอย คนชื่อ ‘บิ๊ก’ อาจชอบผงซักฟองยี่ห้อบรีซ ขณะที่คนชื่อ ‘ฟาง’ เลือกใช้แฟ้บ

ชื่อนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามาก และมันก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา แถมยังมีผลกับความคิดและการตัดสินใจของเราอยู่ลึกๆ โดยที่เราเองก็อาจไม่รู้ตัว

ว่าแต่ คนชื่อ ‘ดีจริง’ พอได้ยินชื่อตัวเองบ่อยๆ จะทำให้เขาเป็นคนดีจริงๆ ไหม
เอ๊ะ แล้วถ้าเขาได้ยินคำว่า ‘ดิ่ง’ บ่อยกว่า คนจะพาตัวเองดิ่งไปข้างล่างไหมหว่า
อืม มันก็น่าคิด

Posted on January 24, 2009 at 5:13 pm by Roundfinger · Permalink
In: Uncategorized

21 Responses

Subscribe to comments via RSS

  1. Written by Bdkwangz
    on January 24, 2009 at 5:55 pm
    Reply · Permalink

    แล้วอยากรู้ว่า พี่เอ๋เคลิบเคลิ้มตอนได้ยินชื่อตัวเองหลังจากคำว่าอะไร 555

  2. Written by onaki
    on January 24, 2009 at 8:24 pm
    Reply · Permalink

    วิวก็เคยรู้จัก คนที่ชื่อ “เอ๋อ” เลยพี่เอ๋

    เค้าเรียนเก่งมากๆ ติดแพทย์ จุฬา คะแนนเอเน็ตสังคม อังกฤษที่ 1 ของประเทศ

    แต่เค้าไม่ “เอ๋อ” เลยนะ ออกจะกวนๆ ฮาๆ ด้วยซ้ำ

    ฟังชื่อพี่เค้าครั้งแรก ก็แบบ คนไรวะ ชื่อเอ๋อ ฮ่าๆๆๆ

  3. Written by นักทางเดิน
    on January 24, 2009 at 10:18 pm
    Reply · Permalink

    แล้วชื่อ “แนน” นี่จะไปแมตช์กับอะไรดี?

  4. Written by mani
    on January 24, 2009 at 10:30 pm
    Reply · Permalink

    เคยเขียนบล๊อคเกี่ยวกับชื่อตัวเองเหมือนกัน 555

  5. Written by INNOCENT!!!
    on January 24, 2009 at 10:47 pm
    Reply · Permalink

    คนเรามักชอบคนที่ชื่อขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเดียวกับเรางั้นหรอ

    อันนี้ผมว่าเรื่องจริงเลยนะครับ

    สังเกตได้จากพี่เอ๋กะพี่ชิงชิง ไง

    สราวุธ = สาธิดา

    อืม..
    ส เหมือนกันเลยย

    วี้ด วิ้ววว….
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า

  6. Written by มอเอ.
    on January 24, 2009 at 11:53 pm
    Reply · Permalink

    เม กะ เอ๋
    เข้ากั๊น เข้ากัน

    อุ๊ยยย..
    เขิลลลล
    :p

  7. Written by ผีน้อยเอง
    on January 25, 2009 at 3:22 am
    Reply · Permalink

    พี่เอ๋ ผีน้อยแอบล่องลอยเข้ามาอ่านเล่นค่ะ :D

    ผีน้อยก็มีรุ่นน้องสมัยเรียนเด็กๆชื่อเล่นชื่อ “ดี๊ดี” อะค่ะ ไม่ใช่ดีธรรมดา หรือ ดีจริงนะคะ แต่ดี๊..ดี.. อุอุ แอบน่ารักนิดนึง

    ตอนอยู่NYมีเพื่อนเกาหลีชื่อ มีเฮ อะค่ะ คิดเป็นภาษาไทยแล้วมีเฮ :D

    จะว่าไปชื่อจริงผีน้อยก็แอบคล้ายชื่อจริงพี่เอ๋อยู่เหมือนกันเนาะคะ แต่ไม่คล้ายเท่าสาธิดาอะค่ะ อุ อุ

    p.s. ผีน้อยเคยเข้ามาอ่านแว้บๆอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เพิ่งเคยcomment หวัดดีทุกคนค่ะ : )

    p.s.2 เมื่อกี๊เข้าไปอ่านเรื่องเมลรับ presenterแทนอั้ม พัชราภา ตลกดีอะค่ะ เคยได้เหมือนกัน เกือบไปสมัครและ 55!

    p.s.สุดท้าย ปกใหม่น่าร้าก..ก..

  8. Written by ตาล
    on January 25, 2009 at 6:09 am
    Reply · Permalink

    จริงๆๆๆอย่างมาก
    เรากับเพื่อนสนิทเราสี่คนนี่ชื่อต่อกันได้ทุกคนเรย
    :D

  9. Written by แม่พิมพ์มือใหม่
    on January 25, 2009 at 1:15 pm
    Reply · Permalink

    อือๆ

    จริงๆ

    เพื่อนกลุ่มนู๋ตอนนี้

    น หนู ยกกลุ่มเลย

    ป.ล.

    สำหรับหนู

    จะโกรธ

    เวลาที่คนที่หน้าแก่กว่าเรา

    เรียกชื่อเราตามหลังคำว่า

    “พี่”

    สุดปวดร้าว~

  10. Written by nimm
    on January 25, 2009 at 1:39 pm
    Reply · Permalink

    ผมเคยรู้จักพี่ที่ชื่อดีเหมือนกันครับ แต่ตอนนั้นยังเด็กมากๆไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร คิดแค่ว่าพี่เค้าคงมีพี่ชื่อ เอ บี ซี รึปล่าว 55

    จริงๆผมว่า ชื่อผมแปลกกว่าอีก ฮ่าๆๆ

    ที่ว่าแฟนกันหลายๆคู่ชื่อคล้ายๆกันเนี่ย ตอนแรกไม่สังเกตเลย แต่พอมาลองสังเกตตามที่พี่เอ๋บอก พบว่า เออ มันก็จริงแฮะ หลายคู่เลยทีเดียวครับ ^^

  11. Written by yuuyee
    on January 25, 2009 at 3:08 pm
    Reply · Permalink

    เคยรู้จักคนนึง แต่ไม่สนิท ชื่อ”รักจริง” แต่ไม่รู้ว่าจะรักจริงอ๊ะป่ะ

  12. Written by Vingt-Neuf
    on January 25, 2009 at 7:55 pm
    Reply · Permalink

    พี่ที่รู้จักชื่อ ‘แป๊ป’ ก็กินแต่ เป๊ปซี่ ไม่กิน โค้กก ฮ่าฮ่า

  13. Written by Veevyvic
    on January 27, 2009 at 8:26 am
    Reply · Permalink

    ชื่อ “วี” ค่ะ แล้วก็ชอบกิน ไวตามิลค์ มากจริงๆ

    เรื่องที่พี่เอ๋เขียนมา น่าพิสูจน์จริงๆ ^^

  14. Written by นายฟักทอง
    on January 27, 2009 at 8:35 pm
    Reply · Permalink

    ชอบเรื่องนี้มากมาย
    พี่นิ้วเขียนแล้วก็ทำให้ฉุกคิด
    เราเองชื่อ”กานต์” ที่แปลว่า”เป็นที่รัก”
    ไม่รู้ว่าจริงมั้ย ถ้าไม่นับญาติๆกันคงหาได้ยากพอสมควรเลย
    ส่วนชื่อจริงชื่อ”สิริกานต์” ซึ่ง “สิริ” แปลว่า “ศูนย์รวม”
    ชื่อเลยแปลประมาณว่า “ศูนย์รวมความรัก” พอรู้คำแปลของชื่อมันทำให้เกิดอาการ
    “กูเป็น Center ของบ้านเลยนะเนี่ย!!”
    แต่มันไม่ใช่ Center เฉพาะเรื่องดีๆนี่สิ ทุกอย่างที่คนในบ้านอยากจะพูดกันแต่ไม่พูดกันเอง
    มันต้องผ่าน Center นี้ทุกครั้งไป

    เลยไม่อยากจะแปลความหมายชื่อกันไปแล้ว

  15. Written by kae+
    on January 28, 2009 at 11:58 am
    Reply · Permalink

    อ่านบล็อคพี่เอ๋แล้วย้อนดูตัว
    แล้วเก๋ทำตัวเก๋สมกับชื่อรึยังนะ อืมๆ ..

    เคยอ่านเจอเหมือนกันค่ะ ว่าคนเราจะชอบคนที่หน้าตาท่าทางคล้ายๆตัวเอง
    และก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับทฤษฎีนี้ ^^

  16. อ่านแ้ล้วช๊ิอบ ชอบครับ

    ผมก็เป้นหนึ่งหนุ่มที่หมกมุ่่นกับเรื่องชื่อๆอย่างนี้พอสมควร

    ผมชื่อเล่นว่าตั้ม พอเห็นศิลปินคนไหนมีชื่อเล่นอย่างนี้มักไปสนับสนุนผลงานอย่างไม่มีปี่ มีขลุ่ยเป็นประจำ
    เช่น วง skalezy ที่นักร้องนำชื่อตั้ม การ์ตูน hesheit ของคุณ ตั้ม วิสุทธิ์

    แต่คุณ ตั้ม สงประสงค์ นั้นผมไม่ทัน
    (แต่ผมเดาว่า น่าจะเป็นที่มาของชื่อเล่นผม เพียงแต่บุพการี ไม่ยอมรับ )

  17. Written by Puzz
    on February 4, 2009 at 11:24 pm
    Reply · Permalink

    เวลาเราได้ยินชื่อ มัก จะมองหน้าเจ้าของชื่อ โดยเสมออาจจะเป็นสิ่งที่ฝั่งมาโดยกำเนิด (สันด_น) เพราะเด็กได้ยินเสียงตั้งแต่ในท้องแม่ก่อนคลอด 3 เดือนดังนั้นพอลืมตาดูโลก คงอยากรู้ว่าไอที่เรียกทุกวันที่อยู่ในท้องนะ หน้าเป็นยังไง นั่นทำให้เราคิดพิจารณาว่าชื่อนี้ เหมาะกับหน้าเขาหรือไม่ คนสมัยก่อนชอบเรียกชื่อ สั้นๆ เพราะลูกเยอะ เดี๋ยวจำไม่ได้บ้านหนึ่ง มีลูก 1o คน คืนตั้งชื่อลูกยาว เรียกกิน ข้าวคงหมดอารมณ์พอดีแต่สมัยนี้ ลูกชื่อแปลกเท่าไหร่ ยิ่งดี เป็นที่น่าสนใจ แต่แม่กลับไม่เห็นใจลูกเลยว่าถ้าชื่อ เจนนี้ แต่หน้าไม่มีเค้าโครงฝรั่ง ไทยแท้ 100 % คนรอบข้างก็ต้องแอบคิดว่า …(แล้วแต่การมองโลกของแต่ละคน)เราเป็นคนหนึง ที่เพื่อนมักสงสัยชื่อ ” ปัส ” มาจากคำว่าอะไรหรอ “ปัสสาวะ”หรือวะ ?นั้นคงเป็นจุดเริ่มต้นของการสงสัยชื่อตัวเอง  คิดเสมอ ทำไมไม่มีคนคิดว่า “วิปัสสนา” บ้าง แม่เราอุส่าเอามาจากความหมายที่ดีๆพี่นิ้วกลม ก็อุส่าสังเกตชื่อ เนอะ
    น่านสิ เราเรียกกันทุกวัน ไม่ให้คิดก็แปลกแล้ว

    ปล. comment 2 เราก็รู้จักคนชื่อ เอ๋อ เพื่อนปีเดียวกับเราเอง ยืนยันจริง ชื่อ เอ๋อ แต่ไม่เห็นเอ๋อตามชื่อเลย เราตั้งเขาเป็นเทพองค์หนึ่งในชั้นปี เพราะเรียนเก่ง เกินคำบรรยาย เราแอบคิดนะ (ต้องแอบด้วย 55)
    สงสัยพ่อแม่เขาต้องตั้งชื่อลูกแก้เคล็ด จาก เอ๋อ จะได้ ฉลาด !!!

  18. Written by Jin
    on February 5, 2009 at 10:58 am
    Reply · Permalink

    อ่า สุดยอด
    เราชื่อจิน
    ชอบ แจจุง
    และเคยชอบ ไจ่ไจ๋
    55
    พึ่งสังเกต
    ตัว จ หมดเลยนี่หว่า^^;

  19. Written by เจ เจ
    on February 10, 2009 at 12:18 am
    Reply · Permalink

    รู้จักคนนึงเค้าชื่อ “สุดที่รัก” ล่ะ เป็นผู้ชาย

  20. Written by :~KaNviPA~:
    on May 23, 2009 at 4:37 pm
    Reply · Permalink

    ว่าไปก็จิง เพื่อนร่วมงานตั้งชื่อแก็งค์ให้พวกเราว่า 5 ต.

    แล้วจะ 555.. หรือป่าวน๊า

  21. Written by Anonymous
    on October 14, 2009 at 12:05 am
    Reply · Permalink

    d

Subscribe to comments via RSS

Leave a Reply