เครื่องกับคน

วันนี้ไปธนาคารมาครับ
หลังจากกดบัตรคิวจากเครื่องคายบัตรคิวตัวเตี้ยๆ ระดับสะดือ เครื่องมันก็แลบลิ้นออกมาเป็นกระดาษสีขาวที่มีตัวเลข จัดแจงเด็ดลิ้นของมันออกมาถือไว้ รอหุ่นยนต์เรียกหมายเลขเรา ณ วินาทีนั้นความเป็นมนุษย์ผู้ชายตัวดำๆ เตี้ยๆ ก็หายไป ผมกลายไปเป็นตัวเลขสามหลักไปแทน หันไปมองข้างๆ ข้างหน้า ข้างหลัง ก็เจอตัวเลขอีกหลายตัว ทุกตัวเลขล้วนเงี่ยหูรอฟังเสียงเรียกจากหุ่นยนต์สาว ต่างนึกในใจ-เมื่อไหร่จะถึงหมายเลขของฉัน

ไม่นานนัก หุ่นยนต์สาวก็ส่งเสียง “หมายเลข 8-6-2 เชิญที่เคาน์เตอร์-3-ค่ะ” (ระหว่างอ่านในใจกรุณาทำเสียงและจังหวะให้เหมือนหุ่นยนต์ในธนาคาร) ผมมองกระดาษในมือ อ้อ ตอนนี้ผมเป็นหมายเลข 865 นั่นหมายความว่าอีกสามลำดับก็จะถึงคิวของผม

หุ่นยนต์พ่นเสียงของมันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนว่าคนที่นั่งอยู่จะตั้งใจฟังมันไหม แต่จะว่าไปทุกคนก็ตั้งใจฟังเสียงหุ่นยนต์กันทั้งนั้น เพราะดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในห้วงเวลานี้

ผมนึกถึงสมัยก่อน ตอนที่ผมยังไม่ได้เป็นหมายเลข 865 เหมือนทุกวันนี้ ตอนนั้นเวลาไปติดต่อธุระตามสถานที่ต่างๆ หรือสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่สาวสวยจะส่งเสียงเจื้อยแจ้วว่า “คุณสราวุธค่ะ” เมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เธอก็จะส่งเสียงดังขึ้น “คุณสราวุธอยู่ไหมคะ” หากยังไม่มีใครขยับเธอก็จะตะโกน “เฮ้ย ไอ้คุณสราวุธ มึงหลับหรือมึงกลับไปขายน้ำเต้าหู้ที่บ้านแล้ว เรียกตั้งสามครั้งแล้วนะคะ!” แล้วผมก็จะตื่นขึ้นมาเดินไปหาเธอที่เคาน์เตอร์ที่สาม

แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีคุณสราวุธอีกต่อไป เหลือเพียงหมายเลข 865

“หมายเลข 8-6-5 เชิญที่เคาน์เตอร์-4-ค่ะ” แล้วหมายเลข 865 ก็ลุกขึ้น เดินดุ่มๆ เข้าไปหาเคาน์เตอร์สี่ เคาน์เตอร์ 4 ยิ้มให้ แล้วเอ่ยปากถามหมายเลข 865 ว่า “คุณไม่มีบัตรเอทีเอ็มเหรอครับ” หมายเลข 865 งงในคำถาม แต่ก็ตอบไปว่า “มีครับ ทำไมเหรอครับ” เคาน์เตอร์ 4 ตอบกลับมาว่า “จริงๆ คุณสามารถฝาก-ถอน โอนเงินได้ทางเครื่องเอทีเอ็มนะครับ เร็วกว่า สะดวกกว่าเยอะเลยครับ” หมายเลข 865 ยิ้ม “อ๋อครับ แต่ผมไม่ค่อยถนัดน่ะครับ ใช้เครื่องไม่ค่อยเป็น ถ้ามีเวลาก็อยากฝาก-ถอนกับคนมากกว่าครับ” หมายเลข 865 ยิ้ม เคาน์เตอร์ 4 ยิ้ม แล้วบอกว่า “แต่เครื่องมันก็สะดวกดีนะครับ”

หมายเลข 865 วางกระดาษบัตรคิวไว้ที่เคาน์เตอร์ 4 แล้วเดินจากมา หุ่นยนต์ยังคงขานหมายเลขต่อไป และคงขานต่อไปทั้งวัน และคงขานต่อไปตราบนานเท่านาน เพราะมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เสร็จจากธนาคารก็ขับรถผ่านด่านเก็บเงินเพื่อเข้าไปในที่จอดรถ พนักงานยื่นบัตรให้พร้อมรอยยิ้ม ก็เลยยิ้มกลับไป “ขอบคุณครับ”

ก่อนที่ผมจะไปลอนดอน ที่พักของผมเพิ่งจะเปลี่ยนด่านของยามรักษาความปลอดภัยบริเวณที่จอดรถเป็นระบบ “แตะการ์ด” คือใช้คีย์การ์ดของคอนโดฯ แตะไปที่กล่องดำๆ ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่ข้างใน แล้วที่กั้นถนนก็จะยกตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาพี่ยามให้ต้องมานั่งเปิดๆ ปิดๆ ยกขึ้นยกลง

แทนที่ทุกเช้าจะต้องเจอพี่ยาม ก็มาเจอไอ้กล่องดำๆ แสนฉลาดกล่องนี้แทน มันทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีผิดพลาด มีแค่อย่างเดียวที่ถ้ามันทำได้ก็คงจะครบถ้วนกว่า นั่นก็คือยิ้มให้คนขับรถทั้งหลายก่อนที่จะยกที่กั้นถนนขึ้น

เวลาผ่านไปเกือบปี กลับมาอีกทีผมก็พบว่าพี่ยามสองคนกลับมานั่งที่เดิม แต่แทนที่เขาจะทำหน้าที่คอยยกที่กั้นถนนขึ้น-ลง เขากลับเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นคนเอาคีย์การ์ดแตะไปบนกล่องดำแสนฉลาดกล่องนั้นแทน พอมีรถผ่านมาพี่ยามก็จะแตะกล่องเพื่อเปิดทางให้

กล่องอยู่เหมือนเดิม แต่มีพี่ยามเข้ามานั่งด้วย

ทุกครั้งที่พี่ยามแตะกล่องให้ผมมักก้มหัวขอบคุณ ถ้าเขายิ้มมาก็จะยิ้มกลับไป ครั้งไหนที่พี่ยามยิ้ม ผมก็จะรู้สึกว่าพี่เขาน่ารักกว่ากล่องดำๆ นั่น

ในชีวิตประจำวัน เราใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่พวกเราทำหลายอย่าง หลายคนช่วยอำนวยความสะดวกให้เรา แต่บางทีตอนเผลอๆ เราก็ลืมไปว่ามีเขาอยู่ ลืมว่าเขาเป็นคน นึกว่าเป็นเครื่อง หลายคนเปิดกระจกไปรับบัตรจอดรถจากพนักงานโดยแทบไม่มองหน้า ยื่นบัตรคืนไปโดยไม่มองหน้า ไร้รอยยิ้ม หลายคนเดินผ่านคนเปิดประตูตามโรงแรมหรือร้านอาหารไปเหมือนประตูเปิดโดยระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ หลายคนวางกระป๋องน้ำอัดลมลงบนเคาน์เตอร์เซเว่นฯ วางเงิน แล้วเดินออกมาโดยแทบไม่เอ่ยปากพูดจากับพนักงานขายแม้สักคำ ราวกับเขาซื้อน้ำจากตู้หยอดเหรียญ

ชีวิตทันสมัยทำให้เราใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมากขึ้น แทนที่จะไปฝากเงินถอนเงินกับพนักงานธนาคาร ได้พูดจากันบ้าง ได้สบตากันบ้าง ได้ถามไถ่ว่าช่วงนี้ยุ่งไหม สงกรานต์นี้กลับบ้านรึเปล่า มีแฟนรึยัง เบอร์โทรเบอร์อะไร เราก็เปลี่ยนมาใช้นิ้วตัวเองจิ้มแป้นตัวเลขหรือหน้าจอเพื่อติดต่อกับเครื่องที่มันไม่มีบทสนทนาจะคุยกับเรา มันรู้แค่ว่ามันมีหน้าที่รับเงิน ส่งเงิน คุณกดเท่านี้ ฉันจะส่งออกมาเท่านี้ ถ้าเอ่ยปากถามมันไปว่า “ช่วงนี้ยุ่งไหม” มันจะตอบกลับมาว่า “กรุณากดรหัสของท่าน” ถ้าถามไปว่า “วาเลนไทน์จะไปฉลองกับแฟนที่ไหน” มันจะตอบกลับมาว่า “กรุณากดรหัสของท่าน” ถ้าเราถามว่า “แกชอบทักษิณหรือสนธิ แล้วคิดว่าอภิสิทธิ์หล่อมั้ย” มันก็จะตอบกลับมาว่า “กรุณากดรหัสของท่าน”

ค่าจ้างคนคงจะแพงขึ้นเรื่อยๆ งานหลายๆ อย่างจึงพยายามตัดจำนวนคนงานและให้เครื่องยนต์อันชาญฉลาดเข้ามาช่วยทำหน้าที่แทน มันฉลาดขนาดที่ว่าตัวคนที่ทำหน้าที่นั้นเองยังเอ่ยปากชมว่า “มันสะดวกกว่านะครับ”

แต่บางทีความสะดวกรวดเร็วก็มาพร้อมความเหงา

บางวันเราอาจต้องการความสะดวก

แต่บางวันเราก็ต้องการรอยยิ้ม

: )

Posted on February 12, 2009 at 3:45 pm by Roundfinger · Permalink
In: Uncategorized

19 Responses

Subscribe to comments via RSS

  1. Written by dorkygirl
    on February 12, 2009 at 4:01 pm
    Reply · Permalink

    และบางวันเราก็ต้องการอยู่คนเดียว
    T T

  2. Written by เติ้ล
    on February 12, 2009 at 4:31 pm
    Reply · Permalink

    :)

  3. Written by beambongga
    on February 12, 2009 at 5:03 pm
    Reply · Permalink

    ^^
    บางทีไอ้เครื่องพวกนั้นก็ทำให้คนตกงาน

  4. Written by yodtong
    on February 12, 2009 at 5:39 pm
    Reply · Permalink

    เทคโนโลยีทำให้เรารวดเร็ว
    ในขณะเดียวกัน มันทำให้เราช้าลงไปด้วยพร้อม ๆ กัน

    ยังคงเป็นอีกคน ที่ไม่ต้องการซื้อข้าวกับตู้อัตโนมัติในอนาคต Y_Y
    ยังคง อยากซื้อกับข้าวแล้ว เจอแม่ค้าหน้างอ พูดมากแต่มันก็ทำให้กับข้าวจานนั้น อร่อย!!!

  5. Written by มอเอ.
    on February 12, 2009 at 5:41 pm
    Reply · Permalink

    เอายิ้มดีกว่า

    :D

  6. Written by bababee
    on February 12, 2009 at 7:19 pm
    Reply · Permalink

    ขนาดพนักงานธนาคารยังพูดแบบนี้

    ช่างรักอาชีพจริงๆ – -”

  7. Written by Anonymous
    on February 12, 2009 at 9:54 pm
    Reply · Permalink

    แต่เราไม่ชอบไปทำธุรกรรมที่เคาน์เตอร์ธนาคารแหละ
    พนักงานชอบชวนให้ซื้อโน่นสมัคร”หนี้” เจอบ่อยๆ เข้า บางทีคุยกับเครื่องก็ดีกว่านะ และสำหรับพนักงานเซเว่น บางคนเค้าก็พูดไปตามโปรแกรมไม่ต่างจากเครื่องเหมือนกัน :P

    ส่วนรอยยิ้มและคำทักทายกับ รปภ แม่บ้าน คนโบกรถเพื่อให้เราข้ามถนนหน้าออฟฟิศ หรือพี่คนขายของกินร้านประจำ อันนั้นเห็นด้วยว่าทำให้ชีวิตมีชีวาขึ้นทั้งเค้าและเรา : )

  8. Written by iDoi*
    on February 13, 2009 at 2:20 am
    Reply · Permalink

    พนักงานเคาท์เตอร์เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีรอยยิ้มให้เราแล้วค่ะพี่เอ๋

  9. Written by kladee
    on February 13, 2009 at 9:13 am
    Reply · Permalink

    “เครื่อง” ที่คล้ายกับคนขึ้นทุกๆที

    แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่า

    “คน” ที่คล้ายกับเครื่องเข้าไปทุกๆวัน เนาะครับ

  10. Written by Shau_Leuw_Hiang
    on February 14, 2009 at 6:33 pm
    Reply · Permalink

    เพิ่งมีเรื่องนี้แหละค่ะ ที่คิดต่างจากพี่เอ๋

    เป็นคนชอบทำธุรกรรมกับเครื่องมากเลยค่ะ และน่าจะชอบต่อไปอีกนานตราบเท่าที่เครื่องยังไม่พลาดทำตัวเลขในบัญชีเราหายไป :P

    ส่วนนึงน่าจะเพราะคิวที่ตู้มันสั้นกว่าคิวที่เคาน์เตอร์มั้งคะ เลยรู้สึกว่าเร็วกว่า แถมเปิดตลอด 24 ชม.และไม่ต้องกรอกใบฝาก/ถอน/.. ฯลฯ ด้วย – คงอันนี้ละมั้งที่สะดวกกว่า

    แต่เห็นด้วยกับการมีปฏิสัมพันธ์กับคนนะคะ :)

  11. Written by ป่าน
    on February 14, 2009 at 7:25 pm
    Reply · Permalink

    555
    ป่านก็บ้านนอก ทำกับเครื่องไม่เป็นเหมือนกัน

    สิ่งที่น่ากลัว คือ แล้วต่อไปเราจะทำอะไรกันถ้าเครื่องทำแทนเราได้หมด
    คนพึ่งเทคโนโลยีจนเคยตัว
    ยังไงซะ ธรรมชาติิ…ระบบหรืออะไรที่ดั้งเดิมก็ยังสำคัญนะคะ
    ถ้าในวันข้างหน้าเราไม่มีเทคโนโลยีให้พึ่งพา
    เราจะได้เอาตัวรอดกันได้

    แต่ในวันนี้ที่มีก็เอามันมาช่วยอำนวยควาสะดวกละกัน
    (แต่ก็ระวังสบายจนเคยตัว)

  12. Written by MW :)
    on February 15, 2009 at 12:00 am
    Reply · Permalink

    วันนี้ไปเจอ หุ่นยนต์สาว(เหมือนกัน)ที่สยาม
    เสียงเธอดูแปลกจากที่อื่นๆ ..

    ไม่แน่ใจว่าเพราะความใหม่ของตึกบวกกับ
    ความทันสมัย ของเทคโนโลยี รึป่าว?
    เลยทำให้เสียง หุ่นยนต์สาวคนนั้น ดูทันสมัยไปด้วย..

    ฟังแล้วก็ ลื่น หูไปอีกแบบ
    แต่ยังไงแล้วเสียงมนุษย์ก็คง รื่น หูกว่า อยู่ดี.. : )

  13. Written by fougerette
    on February 15, 2009 at 1:31 pm
    Reply · Permalink

    เคยไปธนาคาร แล้วพนักงานก็เดินพาไปที่เครื่องเอทีเอ็ม
    พร้อมจัดการทำทุกอย่างให้เสร็จสรรพ
    เค้าอาจภูมิใจกับระบบที่สะดวกรวดเร็วของเค้ามั้งคะ
    แต่เรากลับคิดว่า พนักงานธนาคารนี้น่ารักดีจัง

  14. Written by nookie
    on February 15, 2009 at 1:50 pm
    Reply · Permalink

    ชอบๆ เห็นด้วยๆค่ะ : )

  15. Written by นายฟักทอง
    on February 15, 2009 at 7:51 pm
    Reply · Permalink

    เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ
    ชอบมองรอยยิ้มมากกว่า
    คนรับบัตรรถที่ห้างแถวบ้าน เค้าพูดว่า “โชคดีครับ” ตลอดเลย
    แต่ลุงแกเมาทุกวันเลย ไม่รู้ว่าเราควรอวยพรลุงหรือลุงควรอวยพรเรากันแน่

    ^_____^

  16. Written by ปอแป้ง
    on February 16, 2009 at 1:16 am
    Reply · Permalink

    เซเว่นด้วย

    แต่เวลาซื้อแล้วบอกว่าไม่เอาถุงค่ะ ช่วยโลก
    พี่เค้ายิ้มให้ทู้กที
    ปล เซเว่นคณะสาสุข มหิดล

  17. Written by หวาน
    on February 16, 2009 at 11:32 am
    Reply · Permalink

    การมีปฏิสัมพันธ์กับคนเล็กๆน้อยๆ อย่างการยิ้มให้
    รู้สึกดีกว่าการได้ยินเครื่องพูดเลียนแบบคนตั้งเยอะ
    แถมมันยังยิ้มไม่ได้ ตอบคำถามเราไม่ได้อีกตั้งหาก

  18. Written by โ อ ป อ :)
    on February 16, 2009 at 1:35 pm
    Reply · Permalink

    อยากได้รอย ยิ้ม ม ม

    ^___________^”

    เราจะยิ้มให้พี่เอ๋ทุกวันเร๊ย ย ย

  19. Written by :~KaNviPA~:
    on May 23, 2009 at 4:46 pm
    Reply · Permalink

    อ่านแล้ว อมยิ้ม…

Subscribe to comments via RSS

Leave a Reply