ข้างนอกนั่น ใบไม้ร่วง ทุกวัน
ข้างนอกนั่น
ใบไม้ร่วง
ทุกวัน
มีเมฆก้อนไหน
เคยอยู่ค้างฟ้า
ถึงเช้าวันพรุ่งนี้บ้าง
ผมดำ
กลายเป็นขาว
แก้มใสๆ
เหี่ยวย่น
ไม่นานหรอก
ไม่นานนัก
กลางวัน
บ่าย
กลางคืน
กลางคืนมืด
สงบ
เงียบสงัด
เราต่อสู้กัน
เพื่อลงไปนอน
เราถกเถียง
เพื่อความว่างเปล่า
กลางคืน
หนาวกว่า
กลางวัน
กลางวันมีพลัง
ทว่าบางครั้ง
ก็ร้อนเกินไป
ถุงเท้ากลายเป็นรู
รองเท้าพื้นเปิด
เดินมามาก
หมวกใบนั้นซีด
ถ่านไฟฉาย
โรยแรง
อย่าเศร้า ที่รัก
อย่าเศร้า
เจ้าอยู่บนโลกนี้มาเป็นเวลากำลังดี
เงินตรา
กลายเป็นกระดาษ
เมื่อมองมันด้วยสายตาแห่งวินาทีสุดท้าย
ลมหายใจ
กลายเป็นสิ่งมีค่าที่สุด
ความรัก
ใครสักคน
กับการกุมมือ
ใครบ้างอยากจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว
จงยินดีเถิด
ที่มีคนกุมมือ
กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
คนที่กุมมือเรา
ใครจะกุมมือเขา
ในวันที่เราไม่อยู่
คำก่นด่า
ไร้ความหมาย
หากมองมันด้วยลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
กวีก็สวยงาม
การเคลื่อนไหวของมดก็สวยงาม
ความมืดก็สวยงาม
ลมพัด
ฉันไม่เคยรู้สึกถึงมันเลย
ลม
สิ่งเดียวกันกับลมหายใจ
โลกนี้มีลม
ฉันจึงมีชีวิต
ขอบคุณในสิ่งที่มองไม่เห็น
หลายสิ่งที่ไม่อาจเห็นด้วยตา
แต่จำเป็นกับชีวิต
ฉันไม่ได้รักร่างกายเธอ
ฉันรักที่เธอกุมมือฉัน
ตั้งแต่วันนั้น
กระทั่งวันนี้
ขอบคุณที่โลกนี้มีความรัก
ขอบคุณที่โลกนี้มีอากาศ
ฉันมองไม่เห็นมัน
แต่สัมผัสได้
ขอบคุณที่โลกนี้มีเธอ
ขอบคุณนะ ที่อยู่ด้วยกันเสมอ
เธอเห็นกิ่งไม้นั้นไหม
มันไม่มีใบ
แต่มันยังคงต้องอยู่ต่อไป
มันมีชีวิตเป็นของตัวเอง
ใบเพียงเติมแต่งความสดชื่นให้
ถ้าไม่มีใบ
เธอสัญญากับฉันนะ
ว่าเธอจะอยู่ต่อไป
อดทนนะ
ลมหนาวอาจจะหนาว
แดดฤดูร้อนอาจจะร้อนแรง
อดทนนะ
อดทนเหมือนที่เคยบอกฉันให้อดทน
อดทนเหมือนตอนที่ยังมีฉัน
เธอแข็งแรงอยู่แล้ว ที่รัก
ฉันเชื่อ
เห็นรากไม้นั้นไหม
คงแตกแขนงอีกมากใต้ดิน
ใต้ดิน มีน้ำ
มีน้ำ มีชีวิต
ชีวิตสวยงามมากนะ
ชีวิตฉันสวยงามกว่าที่มันสวยงาม
เพราะมีกิ่งไม้
ใบไม้ที่ไร้กิ่งคงปลิวไปเรื่อยเปื่อยตามแรงลม
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน
ชีวิตสวยงามมากนะ
ชีวิตสวยงามมาก
เธอต้องแข็งแรงนะ
ข้างนอกนั้นมีผีเสื้อ
เธออย่าลืมหันไปมองมันบ้าง
นอกหน้าต่างมีเมฆ
หันไปมอง และรับรู้การมีอยู่ของมันบ้างนะ
เมฆไม่อยู่ตลอดไป
เมื่อกลางคืนมาถึง
เธอจะไม่เห็นเมฆอีกแล้ว
ที่รัก ฉันไม่เคยเรียกเธอแบบนี้เลย
มันเชยจังเลย เธอว่าไหม
คนเราอดกลั้นทำในสิ่งเชยๆ สักกี่อย่าง
ก่อนที่จะรู้ในลมหายใจสุดท้าย
ว่าน่าจะทำตั้งนานแล้ว
เธอน่ารักมากเลยในวันนั้น
เหมือนเมฆสวยๆ สักก้อน
วันนี้ฉันมองเห็นเธอไม่ชัด
แต่สัมผัสได้
เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่หรือ
ฝากเธอช่วยหันไปดูนาฬิกาให้ที
แม่น้ำไหลไปเรื่อยๆ
มันเคยหยุดไหมนะ
บางทีฉันสงสัย
แต่ไม่เหลือเวลาให้ฉันสงสัยอะไรในโลกนี้มากเท่าไหร่แล้ว
ฉันแค่สงสัย
หรือเราใช้เวลากับความสงสัยมากเกินไป
ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะมานั่งสงสัยสิ่งนั้นสิ่งนี้
ในลมหายใจสุดท้าย
ฉันอยากนั่งมองมัน
มองแม่น้ำไหล
มองใบไม้ปลิว
มองเมฆเคลื่อนคล้อย
มองลูกโป่งหลุดลอยไป
ไม่สงสัย ฉันไม่สงสัย
หากจะสงสัย
ฉันคงสงสัยว่า
ทำไมเวลาของฉันจึงน้อยเหลือเกิน
คนเราคงคิดว่าเวลาของตัวเองน้อยเกินไปเสมอล่ะ
ไม่น้อยหรอก
อย่างน้อยในเวลาสั้นๆ นั้น
เราก็ได้ใช้สอยมันร่วมกัน
ชีวิตคืออะไรหรือ
กระทั่งลมหายใจสุดท้ายก็ไม่มีคำตอบ
เราตามหาสิ่งใดกัน
นั่นสิ
ต้องตามหาไหม
หรือมันอยู่ข้างๆ เราอยู่แล้ว
เราต่อสู้กับสิ่งใดหรือ
หรือจริงๆ แล้วแค่หายใจก็เพียงพอแล้ว
มีความสุขไหม
ฉันถามเธอ
แล้วพรุ่งนี้เธอจะมีความสุขไหม
ฉันอยากให้เธอมีความสุข
บางครั้งฉันคิดว่า
เราควรจะมีความสุขที่สุดในระหว่างหายใจ
มีทุกข์
ก็เหมือนมีกลางคืน
ไม่แปลกหรอก
เรากำหนดกลางคืนไม่ได้
แต่เรากำหนดเวลาทุกข์ได้
ฉันเชื่อแบบนั้น
แต่บางครั้งฉันเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
ถึงอย่างไร
ฉันจะเป็นกำลังใจให้เธอ
คำพูดของฉันหลั่งไหล
ราวกับรู้ว่าเหลือเวลาพูดอีกไม่มาก
ฉันพิมพ์ไว้ให้เธออ่าน
เธอจะอ่านมัน
ฉันรู้
วันสุดท้ายมาถึงแล้วหรือ
เป็นวันสุดท้ายของฉันเท่านั้น
โลกนี้ไม่รู้สึกถึงการหายไปของผู้ชายคนหนึ่งหรอก
แต่ฉันรู้ว่าโลกทั้งใบของเธออาจจะหายไป
โลกที่ไม่มีฉันสำหรับเธอคงอ้างว้างพอดู
ฉันไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว
แต่เราเคยอยู่ด้วยกัน
ไม่มีใครอยู่กับใครไปได้ตลอดหรอก
ฉันจะพูดทำไม
เธอรู้ความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้ว
มีอีกหลายคนบนโลกที่ไม่เคยอยู่ด้วยกัน
ทั้งที่เขาควรอยู่ด้วยกัน
ดีใจไหมที่เราเคยอยู่ด้วยกัน
ฉันดีใจที่เคยใช้เวลาส่วนใหญ่กับเธอ
และดีใจเสมอที่ไม่เพลินไปกับสิ่งอื่นจนลืมสิ่งสำคัญ
เวลาสั้น แต่ฉันใช้มันคุ้มค่าแล้ว
ใบไม้เคยอยู่กับกิ่งไม้มาก่อน
มันต้องจากไปในวันหนึ่ง
บางใบร่วงหล่นลงมาเพื่อเป็นสารอาหารในดิน
เติมต่อแต่งกิ่งให้งอกงาม
เธอเคยคิดเหมือนฉันไหมว่า
ใบไม้ที่งอกขึ้นมาใหม่
อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของใบไม้เก่าที่ร่วงลงไป
แล้วย่อยสลายในดินก็เป็นได้
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง
ใบไม้ก็ไม่ได้หายไปไหน
มันยังอยู่กับกิ่งไม้ดังเดิม
เธอว่าแบบนั้นไหม
ฉันเคยคิดว่ากลางคืนมืดมิด
แต่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตดูจะมืดมิดยิ่งกว่า
อย่าลืมหันไปมองความสวยงามของชีวิตนะ
จงมีชีวิตต่อไป
อย่างสวยงาม
ข้างนอกนั่น
ใบไม้ร่วง
ทุกวัน
ใบไม้ร่วง
ก็คือความงามชนิดหนึ่ง
ฉันจะคิดถึงเธอ
จนกว่าร่างกายจะไม่อนุญาตให้คิดถึง
ถ้าเป็นไปได้
ฉันขอเกิดเป็นใบไม้บนกิ่งเดิมอีกครั้ง.

on March 23, 2009 at 8:15 pm
· Permalink
อ่านแล้ว นึกถึง
เรื่อง 20000 วัน
ที่พี่เอ๋เคยเขียนไว้
on March 23, 2009 at 8:29 pm
· Permalink
น้ำตาจะไหลเลยพี่
อืมม เก๋เห็นด้วยอย่างที่สุดว่า มีใครบ้างที่อยากจากไปอย่างโดดเดี่ยว
การมีคนที่เรารักและรักเรา คอยจับมือกันไว้ จนนาทีสุดท้ายของชีวิต
คือที่สุดแห่งปรารถนาของใครหลายๆคน
และใครหลายๆคนนั้น ก็รวมถึงเก๋ด้วย
ไม่ว่าอะไรจะหายไป
สิ่งนึงที่ยังคงอยู่กับเราเสมอ คือ ความรัก
เก๋เชื่อแบบนั้น
สะสมความรักไว้มากๆ
เผื่อวันนึงที่มองไปไม่เห็นใครอยู่ข้างเรา
เราก็ยังมีความรักที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ
on March 23, 2009 at 9:13 pm
· Permalink
อ่า
ซึ้งกินใจ
เวลาที่เขาว่าน้อย มันสองหมื่นวันอย่างที่พี่นิ้วเคยพูดไว้ไหม?
แล้วเขาคนนั้นใช้เวลาสงสัยไปแล้วกี่วัน?
เราควรสงสัยอย่างเขาไหม?
อ่า…ยากจัง
on March 23, 2009 at 9:48 pm
· Permalink
หืม!!!
ชอบจัง เหลือเกินๆๆๆๆ
ทุกอย่างเกิดจากทุกอย่าง
on March 23, 2009 at 10:09 pm
· Permalink
อ่านแล้วรู้สึกดีแบบพูดไม่ถูก..
on March 23, 2009 at 10:10 pm
· Permalink
เศร้าค่ะ
on March 23, 2009 at 10:59 pm
· Permalink
มันดูเศร้า แต่ในความเศร้า มีความสวยงาม ให้ได้สัมผัส
ความสวยงาม…
on March 23, 2009 at 11:02 pm
· Permalink
เศร้าได้สวยจริงๆค่ะ
on March 23, 2009 at 11:07 pm
· Permalink
อ่านจบ แล้วพบว่า
“คืนนี้คงจะนอนหลับ…ฝันร้าย”
T_T
on March 23, 2009 at 11:54 pm
· Permalink
บอกแล้วจะโกรธมั๊ยเนี่ย
ไม่ค่อยชอบเลยพี่
ไม่ถูกกะความเศร้าจากการพลัดพราก
on March 24, 2009 at 12:21 am
· Permalink
เศร้าจังค่ะ
แต่ซึ้งมากกว่า
on March 24, 2009 at 12:31 am
· Permalink
เศร้าอ่ะพี่นิ้ว
on March 24, 2009 at 12:48 am
· Permalink
แลดูเศร้าจัง
ประเด็นคือ
หนูเคยเป็นใบไม้ของเค้าหรือเปล่า
เฮ้อ
ขอให้ได้เป็น แค่”เคย”ก็ยังดี
on March 24, 2009 at 1:40 am
· Permalink
อ่านแล้วเศร้าๆ เหงาๆ ไงไม่รู้แฮะ
น้ำตาซึมๆ ยิ่งเพิ่งไปดูความจำสั้น แต่รักฉันยาวมาเมื่อไม่นานมานี้ด้วยง่ะ
ไปกันใหญ่ ฮ่าๆ
on March 24, 2009 at 3:20 am
· Permalink
ชอบกลอนพี่เอ๋จัง
ขอจดเอาไว้นะคะ
ขนาดอ่านตอนยังเดินทางมาไม่ถึงหมื่นวัน ยังสะเทือนใจ
อยากรู้ว่า เมื่อ “ฤดูใบ้ไม้ร่วง” ของชีวิตมาถึงจะรู้สึกยังไง
จะพยายามเก็บเอาไว้ให้ถึงวันนั้นนะคะ
on March 24, 2009 at 7:12 am
· Permalink
เศร้าจังเลยค่ะ!!
ทำไมถึงเศร้านะ
ถ้าเป็นคนที่ต้องจากไป ก็คงทรมานไม่แพ้กัน
แต่ลับโลกแล้ว จะยังจำความรู้สึกก่อนตายได้แค่ไหนก็สุดจะรู้
ถ้าเป็นคนที่ยังอยู่
ความทรมานคงเกินจะกล่าว
ใครก็ตาม…สู้ต่อนะคะ เรายังอยู่ ยังไงเราก็ต้องอยู่
ฉะนั้น จงอยู่อย่างทำตัวเองให้ทุกข์น้อยที่สุด
on March 24, 2009 at 7:20 am
· Permalink
ใบไม้ ใบไหน ของกิ่งหายไปหรอป่าว
เศร้าอ่ะรู้สึกเหมือนเรื่องจริงเลย
ถ้ามันจริง
ขอให้พี่เอ๋ได้เกิดใหม่บนกิ่งไม้กิ่งเดิมนะคะ
กิ่งไม้หนึ่งกิ่ง ย่อมมีใบหลายใบ
หวังว่ากิ่งไม้จะไม่เหงาเท่าใบไม้
on March 24, 2009 at 8:20 am
· Permalink
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
ชีวิตก็เช่นกัน
ความสูญเสียเป็นเรื่องธรรมดา
ที่ยากจะยอมรับ
แต่เราต้องอยู่กับปัจจุบัน
ไม่ใช่ความทรงจำหรือวันข้างหน้า
on March 24, 2009 at 11:49 am
· Permalink
เศร้าอย่างบอกไม่ถูกค่ะ
มีคนเคยบอกให้เราหนักแน่น และนิ่งให้มากขึ้น
อารมณ์ที่ swing, not swing,
sad sad happy happy, happy sad sad
มันน่ากลัว แถมน่ารำคาญ
จะอะไรล่ะคนเรามันก็ต้องมีสุขทุกข์เศร้า คละเคล้ากันไป
ไม่มีใครสุขตลอด หรือเศร้าตลอดไปหรอกค่ะ
อย่าเศร้านานนะคะ
ยังไงก็อยากเห็น…ความสุข และรอยยิ้มมากกว่านะคะ
ชีวิตมันไม่ง่ายเลยเนอะ
on March 24, 2009 at 11:57 am
· Permalink
ซึ้งมากค่ะ..
on March 24, 2009 at 12:39 pm
· Permalink
โหย…ชอบอะ นึกถึงช่วงเสี้ยววินาทีที่ใบไม้หลุดจากก้าน และสัมผัสแรกที่ตกกระทบพื้น…ยิ่งมีลำแดดส่องกระทบ..สวยเกินบรรยาย
on March 24, 2009 at 1:00 pm
· Permalink
on March 24, 2009 at 3:55 pm
· Permalink
ดูเศร้าๆนะครับ
on March 24, 2009 at 6:24 pm
· Permalink
เศร้าจริงๆด้วยพี่เอ๋
ทุกอย่างที่ร่วงโรยเป็นส่วนหนึ่งของการงอกงาม
เศร้าแต่สวยจริงๆเลย
on March 25, 2009 at 11:13 pm
· Permalink
โห ซึ้งอ่ะ
ขอบคุณนะที่เขียนมาให้อ่าน…
ทำให้รู็สึกว่าโลกนี้ยังมีไรดีๆอีกเยอะนะพี่เอ๋ …
เวลามีขีดจำกัดอยากทำไรก็รีบๆทำนะจ้ะ ^^
on March 26, 2009 at 4:15 pm
· Permalink
ชีวิตแม้น่าเศร้า คนเราพบกันเพื่อลาจาก
on March 26, 2009 at 10:42 pm
· Permalink
พี่เอ๋ นู๋อ่าน รอบที่สามแล้ว ยิ่งอ่านยิ่งตอกย้ำ
ยิ่งอ่านยิ่งสะเทือนใจตัวเอง หวนคิดถึงเรื่องราวของตัวเอง
ที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อ 24 มีนาที่ผ่านมา ถึงเวลาของนู๋แล้ว
เหมือนกับถึงเวลาของก้านของใบไม้ ที่คอยวันอ่อนลง อ่อนลง
และหลุดไปในที่สุด จะแข็งแรง แข็งกล้าแค่ไหน สักวันก็อ่อนล้า ไปตามกาลเวลา
เหมือนกับที่พี่เอ๋บอกว่า ไม่มีใครอยุ่ด้วยกันได้ตลอดหรอก
คำที่พี่เอ๋บอก มันช่วยได้จริง ยอมรับกับความเป็นจริงได้มากขึ้น
แต่เมื่อมาถึงจุดเปลี่ยน ให้เราคิดเสมอๆนะคะว่า เปลี่ยนผ่านเพื่อการเจริญเติบโต อย่างที่พี่บอกไว้ใน ลอนดอนฯ
ปล.ลมหายใจต่างหากคือสิ่งที่เราต้องการจิงๆ ไม่ใช่ตัวเขา เพียงแต่เขาเคยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในลมหายใจของเราก็เท่านั้นเอง เลยต้องการเขาในชั่วขณะ
รักพี่เอ๋ ครั้งที่ 1
on March 27, 2009 at 2:04 pm
· Permalink
เศร้าแต่ให้คุณค่า…
เขียนได้จับใจมากๆค่ะ
^^
on March 28, 2009 at 12:07 am
· Permalink
อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ T T
แต่ก็ชอบ
on March 31, 2009 at 9:52 am
· Permalink
Umm….อิ่ม
on May 25, 2009 at 4:45 am
· Permalink
ความคิดแจ่มเลยครับ เดี๋ยวต้องลองใช้ดูบ้างแล้ว
on December 18, 2009 at 12:02 am
· Permalink
มีคนเคยบอกว่า
เราคือใบไม้ของเขา
แต่เราคิดว่าเราเปนใบไม้ที่ใกล้จะร่วงแล้ว
อีกไม่นานเราคงจากไป
อ่านแล้วน้ำตาไหลไม่รู้ตัว Y Y
on April 2, 2010 at 9:32 pm
· Permalink
ผมว่านะ
บางครั้งอะไรอะไรในชีวิตที่เราเห็นว่าสำคัญนักหนา
บางทีมันก็แค่เรื่องตลกฝึดๆที่ไร้ค่าในวันหนึ่ง
เราหลงผิด
บางครั้งความรู้ก็มาก่อน
และความเข้าใจมาทีหลัง
.. มาช้าเกินไป
ฝนตก แดดออก ลมกรรโชก
เวลาเดินต่อไปเรื่อยๆ
เราไม่รู้ว่าเหลือมากหรือน้อย
เราเดินต่ิอไปเรื่อยๆ
รัก โลภ โกรธ หลง
ผมรู้
แต่หยุดไม่ได้
พลาด
ต้นไม้มีใบสีเขียว
น้ำตาล
เหลือ
หรือไม่มี
คนที่เรารักลาจาก
โบกมือ
และเลื่อนลับไปในโลกที่ไม่อาจตามกลับได้
บายบาย
ครั้งหนึ่งสอ่งที่เราคิดว่าสำคัญนักหนา
อาจจะไม่สำคัญแล้ว
ข้างนอกฤดูยังเปลี่ยนแปร
แต่ข้างในนี้
หลับสนิท..
..นิจนิรันดร์
ไร้ความหมาย
ฉันแพ้ ฉันเดินช้ากว่าเธอ
ช่างมัน
บางครั้ง บางสิ่งที่เคยสำคัญ
อาจเป็นเรื่องราวที่ไม่สำคัญแล้ว
แต่น่าจดจำ
นับถือพี่จังครับ
พี่นิ้วกลม
FT
on September 6, 2010 at 5:31 am
· Permalink
เศร้ามาก น้ำตาไหล!