a pen interview: นิ้วของนิ้วกลม

ไปค้นเจอบทสัมภาษณ์สมัยสี่ปีที่แล้ว
เป็นบทสัมภาษณ์แรกๆ ของอาชีพเขียนหนังสือเลยครับ
แต่ไม่ได้สัมภาษณ์คนเขียน เขาสัมภาษณ์นิ้วที่เขียนแทน
ในคอลัมน์ a pen interview
ปกติคอลัมน์นี้เขาจะสัมภาษณ์ปากกา แต่ครั้งนี้สัมภาษณ์นิ้ว
ผมอ่านสิ่งที่นิ้วตัวเองตอบเอาไว้เมื่อสี่ปีที่แล้ว รู้สึกขำดีครับ
ผมว่าตอนนั้นนิ้วผมเปรี้ยว (ตีน) จังเลย (ฮ่าฮ่า)
เก็บมาแบ่งกันอ่านเล่นครับ อย่างไรก็อย่าไปหมั่นไส้มันเลยนะครับ
……………………………………………………………

A pen interview 55
นิ้วของนิ้วกลม

แนะนำตัวหน่อยครับ (ช่วยบอกด้วยว่าเป็นนิ้วไหน มือข้างไหน)
สิบนิ้วกลมๆ ประนมน้อม กราบแทบตักผู้อ่านทุกท่าน
กระผม-นิ้วนาง ข้างซ้าย- รับหน้าที่ออกหน้าออกตาแทนพี่น้องอีกสิบเก้านิ้วที่เหลือ
เนื่องเพราะมีคนบอกว่า เส้นเลือดในตัวกระผมมันเชื่อมตรงกับหัวใจ

หมายความว่าคุณคือ ‘นิ้วกลม’ ตัวจริง หรือ ‘นิ้วกลม’ เอาชื่อคุณไปใช้ อะไรทำนองนั้น
(อธิบายที่มาของชื่อนิ้วกลมด้วยก็ได้นะ)

เขาไม่ได้เอาชื่อผมไปร้อก! ผมชื่อนิ้วนาง
คืองี้ครับ ในแวดวงนิ้วด้วยกันเนี่ยะ พวกเราทั้งสิบ (พวกนิ้วเท้ามันอยู่ในรองเท้าไม่ค่อยมีคนเห็น) ถือว่าหน้าตาอัปลักษณ์ ปลายกลมมน เล็บสั้น ค่อนไปทางนิ้วตุ๊กแกมากกว่านิ้วคน ใครเห็นพวกเราก็ต้องหัวเราะเยาะ ล้อเลียน จนพวกเรารู้สึกเป็นปมด้อย (ปมที่ผูกด้วยเงื่อนขัดสมาธิเชียว) นิ้วกลมคงสงสาร จึงพลิกปมด้อยให้เด่น เชิดชูนิ้วปลายมนกลมอย่างพวกเราเป็นนามปากกาไป ซึ่งจริงๆ มันไม่ควรเรียกว่า “นามปากกา” น่าจะเรียกว่า “นามนิ้ว” มากกว่า

ตอนแรกเขาก็ใช้คุณจับดินสอเขียนแบบอยู่ดีๆ แล้วทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้คุณเคาะแป้นคีย์บอร์ดล่ะ
นิ้วคนเราทำได้หลายอย่างนะครับ ตั้งแต่แคะขี้มูกจนถึงสร้างพีรามิด ตอนนี้นิ้วกลมก็ยังทำงานอย่างที่เรียนมา พร้อมๆ กับหาโอกาสหัดเขียนหนังสือไปด้วย เขาสั่งให้ผมพิมพ์ลงไปว่า “ระหว่างแบกอิฐไปสร้างพีรามิด เราก็แคะขี้มูกไปด้วยได้” (คุณรู้มั้ย? เวลาเขาใช้ผมเคาะแป้นคีย์บอร์ดเขียนหนังสือน่ะ หน้าตาเขาดูมีความสุขเอามากๆ พอๆ กับตอนแคะขี้มูกเลย)

คุณว่าเขาเป็นคนคิดมากไหม
เขาไม่เคยใช้ผมควักยาหม่องไปทาขมับนะ เขาชอบบอกกับคนอื่นว่า ถ้าคนเรา ‘คิดเยอะ’ แต่ไม่ ‘คิดมาก’ ก็คงดี ผมรู้แต่ว่าเขาสนุกที่ได้คิด พอคิดจุกจิกความคิดมันก็จะดุ๊กดิ๊ก ขลุกขลิก ยุกยิกไปเรื่อย บางทีก็ทำเอาคนอื่นมึน ไปเหมือนกัน พี่นิติพัฒน์ สุขสวย เคยบอกกับเขาว่า “คอลัมน์ของมึงต้องดมยาดมไป-อ่านไป” :D

เขามีวิธีฝึกคิด หรือวิธีหามุมมองแปลกๆ ยังไง
สำหรับผม มุมมองของเขายังอ่อนหัดนัก เขาก็รู้ตัวดี เขาเลยชอบใช้ผมกรีดหน้าหนังสือสารพัดประเภท โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับ ‘ความคิดของคน’ ทั้งนักปรัชญา, นักวิทยาศาสตร์, นักการตลาด, นักวิชาการ, นักเขียน, ศิลปิน, ดารา, ฯลฯ ความคิดของเขาก็ลอกของคนนู้นนิดคนนี้หน่อยมาขยุมรวมกันใหม่ทั้งนั้น วิธีฝึกคิดของเขาเห็นจะเป็น “อะไรที่มีอยู่แล้วอย่าไปทำ” / “ถ้ามันไม่เป็นแบบนี้จะเป็นแบบไหนได้อีก” / “หนึ่งคำถามมีหลายคำตอบ” / “ถ้าคำตอบมี A กับ B ให้เลือก C” / “วาดขี้ยังดีกว่าวาดลอกโมนาลิซ่า” / “กฎมีไว้แหก” / “แปลกแบบมีเหตุผล” / “คิดแล้วทำ” / “ตั้งคำถามกับทุกอย่าง ว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?” / “ไม่มีผิดไม่มีถูก” / “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้”

เขาไปได้กลเม็ดต่างๆ ที่เขียนในคอลัมน์ E=iq2 มาจากไหน
แรกเริ่มมันเป็นความประทับใจที่ประทับแน่นมากจากวิธีเขียนหนังสือของพี่วินทร์ เลียววาริณ ตอนที่พวกผมหนีบ “อาเพศกำสรวล” + “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” เอาไว้ ผมได้ยินเขาคิดในใจว่า “การเขียนหนังสือก็ดีไซน์ได้นี่หว่า” กลเม็ดของเขาก็มีที่มาจากวิธีคิดของการออกแบบน่ะแหละครับ

เขาเคยถูกแซวบ้างไหมว่า จะเขียนแนวทดลองไปถึงไหน
เคยมีความรู้สึกอย่างนี้เวลาดูหนัง, ฟังเพลง, กินลูกชิ้นบ้างไหมครับ? ความรู้สึกว่า “ทำไมมันไม่ทำอย่างนี้วะ?” ทำไมหนังไม่จบแบบนี้?, ทำไมไม่มีใครทำเพลงแบบนี้?, ทำไมลูกชิ้นมันไม่ลองใส่ช็อกโกแลตดู(วะ)? นิ้วกลมรู้สึกอย่างนั้นเวลาอ่านหนังสือ ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่คิดอยู่มันดีหรือไม่ดี แต่ใครจะมาทดลองแทนล่ะ เขาเลยคิดได้ว่า ถ้าอยากรู้ก็ต้องลงมือทดลองด้วยตัวเอง ไม่ว่าผลลัพธ์จะดี-ร้ายยังไง เขาก็พอใจที่ได้ลองทำ นอกจาก E=iq2 เขายังอยากทดลองเขียนอะไรอีกตั้งเยอะ ทดลองเขียนเรื่องสั้น, ทดลองเขียนเรื่องเดินทาง,ทดลองเขียนนิยาย, ทดลองสร้างแรงบันดาลใจ, ทดลองเรียกน้ำตา, ทดลองฮา, ทดลองเหงา, ทดลองโรแมนติก, ทดลองเพี้ยน, ฯลฯ เขาคงทด Wrong ไปจนกว่าพวกผมจะเหี่ยวแห้งหมดแรงพิมพ์ให้
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดเขียนหนังสืออย่างเขา ทุกอย่างคือการทดลองทั้งนั้นแหละ…ผมว่า

ในการเขียนงานแต่ละชิ้น เขาใช้เวลาไปกับขั้นตอนไหนนานที่สุด
เขาเอานิ้วชี้ปลายกลมแตะน้ำลายที่ลิ้น แล้วเอามาวนที่ขมับสองข้าง หลับตาคิดเป็นเวลานานก่อนเขียน แต่พอได้กลเม็ดและวิธีการแล้ว คราวนี้พวกเราต้องกระโดดเปลี่ยนแป้นพิมพ์แทบไม่ทัน

นอกจากเขาจะใช้คุณเคาะแป้นคีย์บอร์ดแล้ว เขายังชอบใช้คุณทำอะไรอีก
คลิกรูปโป๊ อุ้ย! ไม่ได้พูดตรงเกินไปเดี๋ยวเขาจะเสียอิมเมจ ก็เปิดหนังสือ (ไม่โป๊นะ), กดทีวี-วิทยุ, กดชัตเตอร์, ถือกรรไกรตัดกิ่ง, ลูบหัวหมา, จับไมค์ร้องเกะ, จับมือทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ, พนมมือไหว้ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ อย่างท่านผู้อ่าน (ฮา), แคะตา, จมูก, หู, รูขุมขน ให้เปิดกว้างรอรับภาพ, กลิ่น, เสียง, สัมผัสใหม่ๆทุกวัน

อะไรทำให้เขาหลงใหลความคิดสร้างสรรค์นัก
ความคิดสร้างสรรค์ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบเดิมๆได้อย่างไม่น่าเบื่อเกินไปนัก เขาว่างั้นนะ

เห็นว่านิ้วกลมกำลังจะมีพ็อคเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางของตัวเองชื่อ ‘โตเกียวไม่มีขา’ ตอนที่คุณพิมพ์ให้เขา คุณชอบอะไรที่สุดในเรื่องนี้
ผมชอบเสียงหัวใจของเขาตอนพิมพ์ มันเต้นแรงจนพวกเราสั่น โดยเฉพาะตอนใกล้จบเล่ม มันเต้นจนแทบจะกระเด้งหลุดออกมา ผมเข้าใจนิ้วกลมดี นี่ไม่ใช่แค่หนังสือเล่มแรกของเขา แต่เป็นความฝันที่เป็นรูปเป็นเล่ม คุณเชื่อมั้ย? เสียงหัวใจนั้นยังเต้นตุ้บตั้บอยู่ในหนังสือ ‘โตเกียวไม่มีขา’ อยู่เลย ถ้าคุณอ่านคุณจะได้ยิน

เห็นเขาชอบตั้งโจทย์การเขียนให้ตัวเอง ถ้าเราตั้งโจทย์ให้เขาว่า ให้เขียนงานโดยห้ามใช้นิ้ว คุณว่าเขาจะส่งต้นฉบับยังไง
ทางที่หนึ่ง: ผมว่าเขาจะใช้ “นิ้ว” น่ะแหละเขียน แล้วเขียนกลเม็ดว่า กฎมีไว้แหก
ทางที่สอง: หากวันนั้นเขาอยากเคารพเงื่อนไข เขาคงส่งรูปต้นไม้ที่มีป้ายชื่อคำว่า “ฉบับ” ปักไว้ในกระถางไปให้บ.ก.แล้วบอกว่านี่คือ “ต้นฉบับ” ภายใต้เงื่อนไข ‘ห้ามใช้นิ้วเขียน’ กลเม็ดบอกว่า ยิ่งห้ามยิ่งสร้างสรรค์ หุหุ

นิ้วกลมเป็นนักเขียนที่มีลีลาการตั้งชื่อเรื่องที่สวิงสวายมาก ถ้าเขาต้องตั้งชื่อบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ คุณว่าเขาจะตั้งว่าอะไร
‘นางสาวไส้’ หรือไม่ก็ ‘E นาง’

ปล.ขอบพระคุณอะเดย์มากๆครับที่มาสัมภาษณ์นิ้วนางธรรมดาอย่างกระผม
และขออภัยด้วยหากมันจะกลายเป็นบทสัมพลาดไปแทน.

Posted on July 22, 2009 at 4:28 pm by Roundfinger · Permalink
In: บทสัมภาษณ์

26 Responses

Subscribe to comments via RSS

  1. Written by TataRz
    on July 22, 2009 at 5:05 pm
    Reply · Permalink

    :)

  2. Written by i-neawnueng
    on July 22, 2009 at 5:14 pm
    Reply · Permalink

    บทสัมพลาด

    พ ล า ด !!

    พลาดแล้ว ที่ทำให้เราสนุก

    สนุกที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์

    .. สมัย เอ๊าะๆ^^..

    ฮ่าๆๆๆ

    ยิ้มได้อีกแล้วววว

  3. Written by minituktik
    on July 22, 2009 at 6:03 pm
    Reply · Permalink

    แวะมาทักทาย สวัสดีค่ะ หวังว่าคงสบายดี คิดถึงเลยแวะเข้ามาอ่าน
    ช่วงนี้ชีวิตเริ่มนิ่งๆ ไม่มีอะไรทำ คิดอะไรไม่ค่อยออก ก๊าซเฉื่อยในตัว
    มันไหลเวียนไปทั่วร่าง นอนตี3 ตื่นเที่ยง เจอฝนตกทุกวัน จะทำความสะอาด
    เก็บของก็เอาไว้ก่อนอยู่เรื่อย หมดไปอีกวัน
    ไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ตั้งแต่เมื่อ 4ปีก่อน เพิ่งอ่านเดี๋ยวนี้
    ชอบนะ มันยังสด อ่านเมื่อไหร่ก็สัมผัสไฟได้ หนุ่มดี
    คนเราถึงหลงใหลในไวหนุ่มสาว กล้าคิดกล้าทำ
    ยังไม่ผ่านไส้กรอง หรือถูกแปรธาตุ โตขึ้นนั่นเอง
    คิดถูกเป็นอย่างมากที่แวะเข้ามาหาพลังที่นี่ อยากทำอะไรอีกเยอะเลย
    ขอบคุณนะคะ จุ๊บ จุ๊บ

  4. Written by jummdcu
    on July 22, 2009 at 9:32 pm
    Reply · Permalink

    อ่านแล้วหนุกหนานดีเน้อ ^^

  5. Written by '''''' วานิลลลลลลา
    on July 22, 2009 at 9:33 pm
    Reply · Permalink

    ขำดี อิอิ :P

  6. Written by แต๋ม
    on July 22, 2009 at 10:18 pm
    Reply · Permalink

    ต้องตั้งใจอ่านเหมือนอ่าน “อิฐ” เลย.. ฮ่า ฮ่า

  7. Written by gibz
    on July 22, 2009 at 11:08 pm
    Reply · Permalink

    หึหึ

    ความคิดตอนนั้นเหมือนตอนนี้เดี๊ยะ
    ตัวจริงเลย

  8. Written by Amaedeo
    on July 23, 2009 at 12:40 am
    Reply · Permalink

    เกรียนนนนนน !!!!

    ฮ่าๆๆๆๆ

  9. Written by OmaME
    on July 23, 2009 at 12:44 am
    Reply · Permalink

    ไม่ใช่แค่บทสัมพลาดหรอกนะ
    ต้อง “บทสัมภาษณ์พลาดไม่ได้” มากกว่าค่ะ

    อ่านแล้วรู้สึกยุกยิกแปลกๆ อิอิ

  10. Written by หนูเล็ก
    on July 23, 2009 at 2:19 am
    Reply · Permalink

    ชอบมากเลยค่ะ ทดลอง กับเสียงหัวใจในโตเกียว

    คิดได้ไงค่ะ พี่เอ๋ บอกบ้างจิ

  11. Written by รักกัน รักกัน
    on July 23, 2009 at 6:52 am
    Reply · Permalink

    ‘ปล่อยแสง’ น่าดูจริงๆเลยค่ะ
    ชอบมากกกกกกกกกกกกก

  12. Written by koy_tor
    on July 23, 2009 at 12:42 pm
    Reply · Permalink

    บทสัมภาษณ์ที่พลาดอ่านไปในตอนนั้น
    ดัใจจังที่ไม่พลาดในตอนนี้

  13. Written by Veevyvic
    on July 23, 2009 at 2:21 pm
    Reply · Permalink

    แว่บเข้ามาเพื่อจะบอกว่า เห็นด้วยกับ E นาง…ว่าตอนอ่านโตเกียวไม่มีขา วีได้ยินเสียงหัวใจเต้นค่ะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าของคนเขียนหรือว่าของตัวเอง 555

  14. Written by มอเอ.
    on July 23, 2009 at 4:22 pm
    Reply · Permalink

    E – นางเอ้ยยย

    555

  15. Written by Yanin
    on July 23, 2009 at 4:50 pm
    Reply · Permalink

    หวัดดีค่ะ เมื่อกลางวันเพิ่งหยิบสือเรื่อง ลอนดอนไดอารี่ 1.1 มาอ่านไปได้สามแผ่น….

    ^^

  16. Written by มิ้งมิ้ง;
    on July 23, 2009 at 7:53 pm
    Reply · Permalink

    จริงด้วย .นิ้วนางกลมๆ ข้างซ้ายนั่น น่าหมั่นไส้จริงๆ ด้วย
    เพราะอะไรรู้ป่ะ เพราะมันน่ารักเกินไป
    มันทำให้นิ้วของมิ้งอยากกลมบ้างอะไรบ้าง :P
    มันทำให้นิ้วของมิ้งอยากโดนสัมภาษน์บ้าง ฮ่าๆ
    นิ้วของมิ้งก้เลยมาพิมพ์คอมเม้นท์นี่แหละ ‘
    นายเจ๋งมาก เจ๋งสุดๆ ไปเลย
    นิ้วนางกลมๆ (:

  17. Written by OmYim
    on July 23, 2009 at 9:18 pm
    Reply · Permalink

    ฮ่า…ฮ่า…5

    ฮาดีแท้….

    นิ้วนางของพี่น่ะ

    5 .. 5 .. 5

    ยิ้ม ๐_๐

  18. Written by KA'MEE
    on July 23, 2009 at 9:51 pm
    Reply · Permalink

    สมัย…หนุ่มๆใช่ไหมนี่

    ตอนนี้ก็___และ

    นิ้วนางงงง
    นางนิ้วววว

  19. Written by mani
    on July 24, 2009 at 10:02 am
    Reply · Permalink

    อ่านแล้วฮาเลย 555

  20. Written by Ovo is egG~
    on July 24, 2009 at 6:42 pm
    Reply · Permalink

    จะบอกว่า บทสัมภาษณ์นี้ ทำให้เรา
    ซื้อ โตเกียวไม่มีขา ที่งานสัปดาห์หนังสือ เลยละ
    ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง
    พร้อมลายเซ็นจากนิ้วกลม 55

    จำไดว่า คนที่ไปงานหนังสือเค้างงกันใหญ๋
    อะไรคือ นิ้วกลม

    สมัยก่อนนู้นนน
    น๊านนานเนอะ

  21. Written by newnang
    on July 24, 2009 at 8:48 pm
    Reply · Permalink

    ฮา มั่กมากค่ะ พี่เอ๋

    คิดไปไงเนี่ย สุดยอด !

  22. Written by D R A F T '
    on July 25, 2009 at 12:36 pm
    Reply · Permalink

    พลาดแล้ว ที่เข้ามาอ่าน

    นั่งยิ้มไม่หุบเลย

    ^^

    บทความตอนยังเอาะๆๆ อยู่เลย

  23. Written by jang
    on August 31, 2009 at 4:09 pm
    Reply · Permalink

    บทความตอนพี่นิ้วยังเอ๊าะๆ

    ตอนได้กวน(ตา)ดีค่ะ

    อิอิ

    ชอบๆๆ

  24. Written by เอ
    on October 17, 2009 at 3:34 pm
    Reply · Permalink

    การอ่านหนังสือเหมือนการขับรถ

    ปกติ บทความไหน อ่านแล้วไม่ดึงดูด จะิอ่านเร็มาก

    แต่ของพี่นี่ ต้องอ่านแบบ ชะลอ จะได้ซึมซับราย ความเพลิดเพลิน และละเอียดข้างทาง

    ขอบคุณนะคะ

  25. Written by นิ้วยาว
    on January 3, 2010 at 3:57 pm
    Reply · Permalink

    555+

    เปรี๊ยว (ตีน)

    อย่างที่บอกจิงจิง

    อิอิ

  26. Written by FT
    on April 2, 2010 at 11:34 pm
    Reply · Permalink

    ฮ่าๆ

    ชอบครับ

    FT

Subscribe to comments via RSS

Leave a Reply