แก่กล้าม
December 15th, 2008Two Faces
December 15th, 2008Full Moon
December 15th, 2008goodbye kiss
December 15th, 2008In this image from APTN video, a man throws a shoe at President George W. Bush during a news conference with Iraq Prime Minister Nouri al-Maliki on Sunday, Dec. 14, 2008, in Baghdad. The man threw two shoes at Bush, one after another. Bush ducked both throws, and neither man was hit.
(AP Photo/APTN)
U.S. President George W. Bush speaks during a joint news conference in Baghdad December 14, 2008. Bush made a farewell visit to Baghdad on Sunday, flying in secret out of Washington to declare that while great strides have been taken toward peace, “the war is not over”. In a sign of lingering anger over the war that will define the Republican president’s foreign policy legacy, an Iraqi journalist shouted “this is a goodbye kiss from the Iraqi people, dog,” and hurled his shoes at Bush during a news conference with Prime Minister Nuri al-Maliki.
REUTERS/Saad Shalash (IRAQ)
ม้าลายไร้หัว
December 10th, 2008Richard Whitehead
December 10th, 2008I am going to run faster, longer and stronger with goals that reflect that. I will continue to run marathons, ultra marathons, and do coast-to-coast runs all over the world.
I also want to compete on the Ironman stage, but my aspirations are bigger than that. I want to make a difference. To prove that even though I have a disability, I have overcome barriers that have been put in front of me.
Hopefully I can pass on a message of hope through my dedication to sport and be an inspiration to all.
If I could sum up everything I do, it would be what’s tattooed on my right arm: Cometh the hour, cometh the man.
ร้านขายยาที่อินเดีย
December 10th, 2008เครื่องดื่มให้กำลังใจ
December 7th, 2008ได้อ่านกระทู้ในห้องนั่งเล่นที่หลายคนเข้ามาชวนคุยกันแล้วค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่าคำถามยอดฮิตคือ “ทำอย่างไร ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรง” หรือไม่ก็ทำนองว่า “เบื่อๆ เซ็งๆ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจ” จึงอยากผลิตเครื่องดื่มให้กำลังใจออกวางขายเสียจริงๆ เชียว เชื่อว่าต้องขายดิบขายดีกว่ากระทิงแดงที่ให้กำลังงานไปทั่วโลกในตอนนี้เป็นแน่ แต่ที่แย่ก็คือผลิตไม่เป็น ไม่รู้ส่วนผสม ไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรลงไปในขวดจึงจะเพิ่มกำลังใจให้ใครต่อใครเขาได้ (แหม ถ้ารู้ก็คงจะรวยไปแล้ว)
ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง About A Boy รอบสองครับ จำได้ว่ารอบแรกที่ได้ดูก็ชอบมาก มาดูอีกรอบความรู้สึกเปลี่ยนไปหน่อยเพราะเริ่มอายุใกล้พระเอกมากกว่าเด็กน้อยในเรื่อง แต่ก็ยังชอบอยู่ ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังที่พระเอกพูดกับเด็กน้อยคนนั้น เขาบอกว่า “ไม่มีใครทำให้แม่เธอมีความสุขได้หรอก ถ้าเขาจะมีความสุข เขาต้องมีด้วยตัวเอง” และประโยคถัดมา “ถ้าใครทำให้เรามีความสุขได้ เขาก็ทำให้เราทุกข์ใจได้เช่นกัน”
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โลกนี้ไม่มีเครื่องดื่มให้กำลังใจ ผมว่าคนเราให้กำลังใจกันได้ แต่มันก็ออกฤทธิ์คล้ายเครื่องดื่มให้กำลังงาน พอเวลาผ่านก็จะหมดเรี่ยวแรง กล้ามเนื้อหัวใจเหี่ยวกับอีกรอบ ต่างจากการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างยั่งยืน ถึงกระนั้นก็ยังต้องหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ กล้ามจะได้ไม่ย้อยหย่อนยาน
กำลังใจก็เป็นเช่นนั้น เราให้กันได้ แต่มันอยู่ไม่ยืด ดื่มได้ แต่เดี๋ยวก็หมดฤทธิ์ กำลังใจที่ดีคือกำลังใจที่เกิดขึ้นจากความขยันหมั่นออกกำลังใจกับตัวเอง เสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง ไม่ปวกเปียก ไม่หดหู่ ไม่หมดแรง ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อตอนที่ต้องเจอสถานการณ์แย่ๆ
ถ้าคนอื่นให้กำลังใจเราได้ คนอื่นก็ทำให้เราเสียกำลังใจได้เช่นกัน
การเอาตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นนั้นมันโยกเยก ทางที่ดีเราต้องแข็งแรงและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง นักกีฬาที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มให้กำลังงาน เช่นกันกับคนที่กำลังใจดี ก็ไม่ต้องมีเครื่องดื่มให้กำลังใจ
เราจะฝึกฝนกำลังใจตัวเองได้อย่างไร อีกไม่กี่วันมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน
คนที่ควรมี07: คู่ปรับ
December 5th, 2008ชีวิตคนเราควรมี ‘คู่ปรับ’ ไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคน
‘คู่ปรับ’ คล้ายๆ ‘คู่แข่ง’ แต่ไม่เหมือน
‘คู่ปรับ’ จะคอยเตือนให้เราปรับแต่งฝีมืออยู่ตลอดเวลา
ใช่-เราแข่งขันกัน แต่ไม่ได้มุ่งมั่นเอาชนะคะคาน
เราแข่งเพื่อปรับฝีมือให้พัฒนาไปข้างหน้าด้วยกันทั้งคู่!
ชีวิตที่ไม่มี ‘คู่ปรับ’ คงยากที่จะพัฒนา
คนเรารักการเปรียบเทียบ
เก่งกว่า-อ่อนกว่า เราสำรวจตัวเองอยู่เสมอ
แต่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้เปรียบเทียบกับใครสักคน
จอมยุทธ์ผู้เก่งกล้ามักจะมี ‘คู่ปรับ’ ที่มีฝีมือดาบทัดเทียมกัน
การฟาดฟันกันนั้นนำมาซึ่งวิชาดาบที่แข็งแกร่งขึ้น
ฝ่ายที่เก่งกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเตือนให้หมั่นพัฒนาฝีมืออยู่เสมอ
ฝ่ายที่อ่อนกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเป็นหมุดหมายในการพิชิต
แต่การแข่งขันมิใช่การฟันดาบ
เรามิได้หวังฆ่าฟันกันให้ตาย
ต่างมุ่งหมายเพียงแค่พัฒนาฝีมือ
เป็นเรื่องน่าเสียดายถ้า ‘คู่ปรับ’ ผู้เก่งกล้านั้นต้องล้มหายตายจากไป
‘คู่ปรับ’ มากฝีมือ บางทีหากยากยิ่งกว่าสหายมากน้ำใจ!
จอมยุทธ์มือหนึ่งรู้สึกเหว่ว้ายามที่หันมาแล้วไม่มี ‘คู่ปรับ’ ที่สมศักดิ์ศรี
บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากลงดาบ ‘คู่ปรับ’ ที่เก่งที่สุดไปแล้ว
จะมีสิ่งใดชวนให้หงอยเหงาไปกว่ายุทธภพอันกว้างใหญ่แต่ไร้คู่ต่อกร
หากความแหลมคมของปัญญาหรือทักษะฝีมือเปรียบได้ดั่งมีดดาบ
‘คู่ปรับ’ ก็ไม่ต่างกับเครื่องลับความคมนั้น
ยิ่งแข็ง มีดยิ่งคม
การเลือก ‘คู่ปรับ’ จึงสำคัญ หากเลือก ‘คู่ปรับ’ เก่งๆ เราเองก็จะเก่งตาม
เหมือนเวลาที่ทีมฟุตบอลอ่อนๆ แข่งกับทีมเก่งก็เล่นดีขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
แต่ก็มิควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่เก่งกล้าเกินกว่าฝีมือของตัวเองมากเกินไป
มิเช่นนั้น เพียงประดาบได้ไม่กี่เพลง เราเองก็จะเพลี่ยงพล้ำ
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และคิดว่าเราไม่ควรวาดดาบอีกต่อไป
‘คู่ปรับ’ คล้ายกับยูโดที่มีขั้นลำดับของสายคาดเอว
ค่อยๆ ไต่ไปจนถึงยอดฝีมือสายดำน่าจะเหมาะกว่าการกระโดดข้ามขั้น
ถึงกระนั้นก็มิควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่อ่อนแอเกินไป
เพราะนั่นทำให้ชัยชนะที่ได้มาไร้ความหมาย
จึงควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่เราจะดีใจเมื่อได้รับชัยชนะ
แต่ชีวิตคือสนามแข่งขันที่มีเส้นชัยนับไม่ถ้วน
ชนะวันนี้อาจแพ้ในวันหน้า แพ้วันนี้ก็อาจชนะในวันหน้าเช่นกัน
พูดถึงการแข่งขันบางครั้งก็ดูเหมือนว่าเราอยากเอาชนะคะคาน
แต่เป้าหมายที่ซ่อนไว้นั้นอาจจะเป็นการพัฒนาตัวเองเสียมากกว่า
มิได้เอาชนะด้วยการทำร้ายฝ่ายตรงข้าม
แต่ชนะด้วยการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
มิได้ต้องการฆ่าฟัน ‘คู่ปรับ’ แต่ต้องการกำจัดความอ่อนด้อยในตัวเอง
การมี ‘คู่ปรับ’ เก่งๆ จึงเป็นเรื่องครื้นเครงไม่แพ้การมีมิตรสหายที่ดี.









