เหมียวไหม

December 15th, 2008

Photobucket

Pretty kitty? : A hairless Canadian sphynx cat is pictured during an International Feline Beauty contest in Sofia.
(AFP/Boryana Katsarova)

แก่กล้าม

December 15th, 2008

Photobucket

In this undated photo released by Cenegenics Medical Institute on Oct. 8, 2008, is Dr. Jeffry Life when he was 67, after being on the Cenegenics program for about two years. Life, the chief medical officer at Cenegenics, will be 70 this Christmas day.
(AP Photo/Cenegenics Medical Institute)

Two Faces

December 15th, 2008

Photobucket

RNPS IMAGES OF THE YEAR 2008 A girl born with two faces rests in her relative’s lap at Saini village in Noida, some 55 km (34 miles) from New Delhi March 15, 2008.
REUTERS/Stringer (INDIA)

Full Moon

December 15th, 2008

Photobucket

The full moon rises over Fayetteville, N.C. on Friday, Dec. 12, 2008. Friday night’s full moon was the closest full moon of 2008, appearing larger and brighter than any full moon this year.
(AP Photo/The Fayetteville Observer,Johnny Horne)

goodbye kiss

December 15th, 2008

Photobucket

In this image from APTN video, a man throws a shoe at President George W. Bush during a news conference with Iraq Prime Minister Nouri al-Maliki on Sunday, Dec. 14, 2008, in Baghdad. The man threw two shoes at Bush, one after another. Bush ducked both throws, and neither man was hit.
(AP Photo/APTN)

U.S. President George W. Bush speaks during a joint news conference in Baghdad December 14, 2008. Bush made a farewell visit to Baghdad on Sunday, flying in secret out of Washington to declare that while great strides have been taken toward peace, “the war is not over”. In a sign of lingering anger over the war that will define the Republican president’s foreign policy legacy, an Iraqi journalist shouted “this is a goodbye kiss from the Iraqi people, dog,” and hurled his shoes at Bush during a news conference with Prime Minister Nuri al-Maliki.
REUTERS/Saad Shalash (IRAQ)

ม้าลายไร้หัว

December 10th, 2008

Photobucket

Dawn Hannah’s

Richard Whitehead

December 10th, 2008

Photobucket

I am going to run faster, longer and stronger with goals that reflect that. I will continue to run marathons, ultra marathons, and do coast-to-coast runs all over the world.

I also want to compete on the Ironman stage, but my aspirations are bigger than that. I want to make a difference. To prove that even though I have a disability, I have overcome barriers that have been put in front of me.

Hopefully I can pass on a message of hope through my dedication to sport and be an inspiration to all.

If I could sum up everything I do, it would be what’s tattooed on my right arm: Cometh the hour, cometh the man.

ร้านขายยาที่อินเดีย

December 10th, 2008

Photobucket

Photobucket

Photobucket

มาแล้วจะหาย หรือจะตายเร็วขึ้นกันแน่?

เครื่องดื่มให้กำลังใจ

December 7th, 2008

ได้อ่านกระทู้ในห้องนั่งเล่นที่หลายคนเข้ามาชวนคุยกันแล้วค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่าคำถามยอดฮิตคือ “ทำอย่างไร ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรง” หรือไม่ก็ทำนองว่า “เบื่อๆ เซ็งๆ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจ” จึงอยากผลิตเครื่องดื่มให้กำลังใจออกวางขายเสียจริงๆ เชียว เชื่อว่าต้องขายดิบขายดีกว่ากระทิงแดงที่ให้กำลังงานไปทั่วโลกในตอนนี้เป็นแน่ แต่ที่แย่ก็คือผลิตไม่เป็น ไม่รู้ส่วนผสม ไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรลงไปในขวดจึงจะเพิ่มกำลังใจให้ใครต่อใครเขาได้ (แหม ถ้ารู้ก็คงจะรวยไปแล้ว)

ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง About A Boy รอบสองครับ จำได้ว่ารอบแรกที่ได้ดูก็ชอบมาก มาดูอีกรอบความรู้สึกเปลี่ยนไปหน่อยเพราะเริ่มอายุใกล้พระเอกมากกว่าเด็กน้อยในเรื่อง แต่ก็ยังชอบอยู่ ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังที่พระเอกพูดกับเด็กน้อยคนนั้น เขาบอกว่า “ไม่มีใครทำให้แม่เธอมีความสุขได้หรอก ถ้าเขาจะมีความสุข เขาต้องมีด้วยตัวเอง” และประโยคถัดมา “ถ้าใครทำให้เรามีความสุขได้ เขาก็ทำให้เราทุกข์ใจได้เช่นกัน”

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โลกนี้ไม่มีเครื่องดื่มให้กำลังใจ ผมว่าคนเราให้กำลังใจกันได้ แต่มันก็ออกฤทธิ์คล้ายเครื่องดื่มให้กำลังงาน พอเวลาผ่านก็จะหมดเรี่ยวแรง กล้ามเนื้อหัวใจเหี่ยวกับอีกรอบ ต่างจากการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างยั่งยืน ถึงกระนั้นก็ยังต้องหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ กล้ามจะได้ไม่ย้อยหย่อนยาน

กำลังใจก็เป็นเช่นนั้น เราให้กันได้ แต่มันอยู่ไม่ยืด ดื่มได้ แต่เดี๋ยวก็หมดฤทธิ์ กำลังใจที่ดีคือกำลังใจที่เกิดขึ้นจากความขยันหมั่นออกกำลังใจกับตัวเอง เสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง ไม่ปวกเปียก ไม่หดหู่ ไม่หมดแรง ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อตอนที่ต้องเจอสถานการณ์แย่ๆ

ถ้าคนอื่นให้กำลังใจเราได้ คนอื่นก็ทำให้เราเสียกำลังใจได้เช่นกัน

การเอาตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นนั้นมันโยกเยก ทางที่ดีเราต้องแข็งแรงและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง นักกีฬาที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มให้กำลังงาน เช่นกันกับคนที่กำลังใจดี ก็ไม่ต้องมีเครื่องดื่มให้กำลังใจ

เราจะฝึกฝนกำลังใจตัวเองได้อย่างไร อีกไม่กี่วันมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

คนที่ควรมี07: คู่ปรับ

December 5th, 2008

ชีวิตคนเราควรมี ‘คู่ปรับ’ ไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคน
‘คู่ปรับ’ คล้ายๆ ‘คู่แข่ง’ แต่ไม่เหมือน
‘คู่ปรับ’ จะคอยเตือนให้เราปรับแต่งฝีมืออยู่ตลอดเวลา
ใช่-เราแข่งขันกัน แต่ไม่ได้มุ่งมั่นเอาชนะคะคาน
เราแข่งเพื่อปรับฝีมือให้พัฒนาไปข้างหน้าด้วยกันทั้งคู่!

ชีวิตที่ไม่มี ‘คู่ปรับ’ คงยากที่จะพัฒนา
คนเรารักการเปรียบเทียบ
เก่งกว่า-อ่อนกว่า เราสำรวจตัวเองอยู่เสมอ
แต่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้เปรียบเทียบกับใครสักคน

จอมยุทธ์ผู้เก่งกล้ามักจะมี ‘คู่ปรับ’ ที่มีฝีมือดาบทัดเทียมกัน
การฟาดฟันกันนั้นนำมาซึ่งวิชาดาบที่แข็งแกร่งขึ้น
ฝ่ายที่เก่งกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเตือนให้หมั่นพัฒนาฝีมืออยู่เสมอ
ฝ่ายที่อ่อนกว่าย่อมต้องการ ‘คู่ปรับ’ เพื่อเป็นหมุดหมายในการพิชิต

แต่การแข่งขันมิใช่การฟันดาบ
เรามิได้หวังฆ่าฟันกันให้ตาย
ต่างมุ่งหมายเพียงแค่พัฒนาฝีมือ

เป็นเรื่องน่าเสียดายถ้า ‘คู่ปรับ’ ผู้เก่งกล้านั้นต้องล้มหายตายจากไป
‘คู่ปรับ’ มากฝีมือ บางทีหากยากยิ่งกว่าสหายมากน้ำใจ!
จอมยุทธ์มือหนึ่งรู้สึกเหว่ว้ายามที่หันมาแล้วไม่มี ‘คู่ปรับ’ ที่สมศักดิ์ศรี
บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากลงดาบ ‘คู่ปรับ’ ที่เก่งที่สุดไปแล้ว
จะมีสิ่งใดชวนให้หงอยเหงาไปกว่ายุทธภพอันกว้างใหญ่แต่ไร้คู่ต่อกร

หากความแหลมคมของปัญญาหรือทักษะฝีมือเปรียบได้ดั่งมีดดาบ
‘คู่ปรับ’ ก็ไม่ต่างกับเครื่องลับความคมนั้น
ยิ่งแข็ง มีดยิ่งคม

การเลือก ‘คู่ปรับ’ จึงสำคัญ หากเลือก ‘คู่ปรับ’ เก่งๆ เราเองก็จะเก่งตาม
เหมือนเวลาที่ทีมฟุตบอลอ่อนๆ แข่งกับทีมเก่งก็เล่นดีขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
แต่ก็มิควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่เก่งกล้าเกินกว่าฝีมือของตัวเองมากเกินไป
มิเช่นนั้น เพียงประดาบได้ไม่กี่เพลง เราเองก็จะเพลี่ยงพล้ำ
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และคิดว่าเราไม่ควรวาดดาบอีกต่อไป

‘คู่ปรับ’ คล้ายกับยูโดที่มีขั้นลำดับของสายคาดเอว
ค่อยๆ ไต่ไปจนถึงยอดฝีมือสายดำน่าจะเหมาะกว่าการกระโดดข้ามขั้น
ถึงกระนั้นก็มิควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่อ่อนแอเกินไป
เพราะนั่นทำให้ชัยชนะที่ได้มาไร้ความหมาย
จึงควรเลือก ‘คู่ปรับ’ ที่เราจะดีใจเมื่อได้รับชัยชนะ

แต่ชีวิตคือสนามแข่งขันที่มีเส้นชัยนับไม่ถ้วน
ชนะวันนี้อาจแพ้ในวันหน้า แพ้วันนี้ก็อาจชนะในวันหน้าเช่นกัน
พูดถึงการแข่งขันบางครั้งก็ดูเหมือนว่าเราอยากเอาชนะคะคาน
แต่เป้าหมายที่ซ่อนไว้นั้นอาจจะเป็นการพัฒนาตัวเองเสียมากกว่า

มิได้เอาชนะด้วยการทำร้ายฝ่ายตรงข้าม
แต่ชนะด้วยการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
มิได้ต้องการฆ่าฟัน ‘คู่ปรับ’ แต่ต้องการกำจัดความอ่อนด้อยในตัวเอง
การมี ‘คู่ปรับ’ เก่งๆ จึงเป็นเรื่องครื้นเครงไม่แพ้การมีมิตรสหายที่ดี.